MALAYSIA :: การเดินทางไป Legoland Malaysia จากทางฝั่ง Singapore … ง่ายมากๆ

โครงการรวบรวมบันทึกการเดินทางจากแหล่งต่างๆมาที่นี่ … บันทึกเป็นไดอารี่ท่องเที่ยวของครอบครัว …. ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้เลยตลอดช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา คิดถูกไหมเนี๊ยะ ให้ลูกมาเรียนที่นี่ … อิอิ


พอดีช่วงนี้กำลังอินกับสวนน้ำกันอยู่ ก็เลยไปรวบรวมเหมาเข่งเก็บมาให้ดูกันที่นี่เลย  … Lego Land Park and Lego land Water Park

สำหรับ บอลล์ บอลล์ แล้ว นี่นับเป็นครั้งแรกที่บอลล์ได้มาเหยียบแผ่นดินมาเลยเซีย

แต่สำหรับเราแล้ว หลายสิบครั้งที่นี่ หลายประสบการณ์ มีทั้งโดนจี้ที่ไชน่าทาวน์ บราๆ ๆ
ครั้งนี้ถือว่าเป็นการมา มาเลยเซียที่ดีที่สุดที่ความทรงจำจะบันทึกไว้ได้


สำหรับสาวก The Brick และเหล่าผู้ชื่นชอบ Lego ตัวต่อดูดวิญญาณแล้ว Legoland อาจจะเป็นสถานที่หนึ่งในดวงใจที่คิดว่าจะต้องไปเยือนให้ได้ ที่ไหนก็ได้ที่มีอยู่บนโลกนี้
บอลล์ บอลล์ ก็เช่นกันที่ชื่นชอบในตัวต่อดูดวิญญาณเหล่านี้ (อย่าชอบหลายอย่างมากก็ได้นะลูก) เวลาเล่น Lego ที่บ้านทีไร ปล่อยไว้ได้เลย 3-4 ชั่วโมง และการมาที่นี่ก็เป็นที่ใฝ่ฝันเช่นกัน แต่ได้ผัดผ่อนมากว่าปี เพราะตอนนั้น ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดี มาครบรอบวันเกิดปีนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะพามา


ชื่อสถานที่ :: Legoland Malaysia
ที่ตั้ง :: Johor Bahru, Malaysia
Website :: http://www.legoland.com.my
FaceBook :: https://www.facebook.com/LEGOLAND.my


หลายคนอาจจะสงสัยว่า Johor Bahru มันอยู่ตรงไหนของ Malaysia เรามาดูกันเลยดีกว่าครับ
1413124390-maps-o

แล้วดูสิว่า มันไกลจาก Kuala Lumpur เมืองหลวงของมาเลเซีย และไกลจากชายแดนไทยขนาดไหน

1413124442-maps2-o

จะเห็นว่า Johor Bahru อยู่ติดกับสิงค์โปรเลย แต่ก็ไกลจากกรุง Kuala Lumpur เมืองหลวงของประเทศมาเลเซียค่อนข้างจะไกลโข ได้ยินว่านั่งรถบัสมาอีก 6 ชั่วโมงเลยแหละ… หรือบางคนก็ต่อเครื่องบิน domestic จาก KL มา Jahor Bahru

นึกภาพออกแล้วใช่ไหมครับ เออ แล้วทำไมเขาไม่ไปตั้ง Legoland ที่ Kuala Lumpur หรือว่าที่ Singapore เลยหละ มาตั้งทำไมที่ๆห่างไกลแบบนี้

ผมคิดไปเองนะครับว่า ลูกค้าที่ Singapore จะเยอะมากกว่าที่ KL แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าเช่า ภาษี บลา ๆ ๆ ที่มาเลเซียก็ถูกกว่ามาก Johor Bahru ก็เลยส้มหล่น เนื่องจากว่าอยู่ติดกับสิงค์โปรเลย เดินทางมาก็สะดวกมากๆ ใช้เวลาก็น้อย(ประมาณ 40-50 นาที)

อย่างพวกเราๆ ไปโรงเรียน หรือ ไปทำงาน บางคนยังใช้เวลามากกว่านี้เลย


การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

การซื้อบัตรผ่านประตู
เริ่มจากการจองตั๋วหรือ บัตรผ่านประตูกันก่อน
ความจริงเราก็ดูโน่นดูนี่ว่าจะซื้อผ่านใครยังไงดี สุดท้ายเทียบราคาแล้วถ้าเราซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันผ่าน web เขาลด 20% ก็เลยตัดสินใจซื้อจาก web เลย ไม่ยุ่งยากด้วย

หรือใครอยากหาซื้อช่องทางอื่นก็มีหลากหลายน๊ะ ทั้งผ่านทาง FB หรือไปซื้อที่ Sea Wheel
เราเข้าไปซื้อจาก website ของ legoland ที่

http://www.legoland.com.my/Plan/Prices-and-Tickets

จะเห็นได้ว่า มีหลากหลาย package ให้เลือก ก็เลยมาเป็นประเด็นอีกว่า จะไปสวนแห้งอย่างเดียว หรือไปทั้งสวนแห้งสวนน้ำ เนื่องจากการซื้อ Combo Set นั้น เพิ่มเงินในจำนวนที่ไม่มากจนต้องทำให้กลับมาคิดกันอีกรอบ แต่ใจของ บอลล์ บอลล์ เขาเลือกเรียบร้อยมาเป็นปีแล้วมั้ง เพราะอยากไปเล่นน้ำที่มีตัวต่อ Lego ลอยๆอยู่ด้วย
ก็เลยมาจบลงที่ Combo Set

หลังจากสั่งซื้อ จ่ายเงินโดยการหักบัตรเครดิตเรียบร้อย เราก็จะได้รับ email แล้วให้เราพิมพ์บัตรผ่านประตูติดตัวไปด้วย

จะเห็นว่าที่บัตรผ่านประตูจะมี barcode อยู่ ซึ่งเวลาผ่านประตูเรายื่นกระดาษไปให้ เขาก็จะเอา barcode นี้ไป scan กับเครื่องเขา เสร็จแล้วเราก็วิ่งจู๊ดเข้าไปได้เลย เวลาพิมพ์ไป พิมพ์เป็นขาวดำก็ได้ครับประหยัดหน่อย (ผมก็พิมพ์ขาวดำครับ) และ 1 คนต่อ 1 ใบนะครับ

1413124770-ticket-o

 

เสร็จเรียบร้อยเรื่องบัตรผ่านประตู ต่อไปก็เรื่องการเดินทาง ตอนนั้นเรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องที่พัก เพราะตอนแรกคิดว่า อาจจะไปนอนค้างที่ Johor Bahru 1 คืน แต่นั่งคิดนอนคิดตีลังกาคิด ผลสรุปออกมาว่า นอนสิงค์โปรนั่นแหละดีแล้ว จะได้เที่ยวมากขึ้นด้วย อิอิ

พอตัดสินใจพักที่สิงค์โปรรวดทั้ง 4 คืน ก็ต้องมาดูเรื่องการเดินทางจากสิงค์โปรไป Legoland ที่ มาเลเซียแล้วหละ ว่าแล้วก็จัดการตามที่ web เขาแนะนำเลย ไปจองรถบัสรับส่งที่ WTS โดยจะรับส่งจาก Singapore Flyer ถึง Legoland เลยมีให้เลือกทั้งขาเดียวหรือ ไปกลับ โดยระหว่างทาง ก็จะต้องผ่านด่าน ตรวจคนเข้าเมืองของทั้งสองประเทศ รถก็จะส่งเราลงและรอรับเรา

ว่าแล้วก็ตรงเข้าไปจองเลยดีกว่า เข้าไปที่นี่ได้เลยครับ ราคาก็คนละ 10 S$ ต่อเที่ยว ถ้าไปกลับ ก็คนละ 20 S$

http://www.wtstravel.com.sg/

ซึ่งจะมีให้เราเลือกเวลาขาไปจาก Singapore Flyer มีให้เลือกตั้งแต่เวลา 08:30, 09:00(2 คัน), 09:30 และ 10:30 (คันนึงนั่งได้ 45 ที่นั่ง)

ส่วนขากลับก็เช่นกัน เราก็เลือกเวลาได้โดยมีรถตามเวลาดังนี้ 16:00, 16:15, 17:00, 17:15, 18:00, 18:15, 18:30, 19:15

พวกเราก็เลือกที่จะจองรอบแรกเลย 08:30 น. และขากลับก็ประมาณ 16:15 น. เพราะไม่อยากกลับมาถึงสิงค์โปรมืดเกินไป

โดยเมื่อเราจองเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับ eMail ก็พิมพ์เอกสารจาก eMail ไปยื่นให้ที่ Counter ในวันเดินทาง

เป็นอันเรียบร้อยเรื่องการเตรียมตัว

การเดินทาง

ก็ตามตั๋วที่ซื้อเลยครับ พาร่างกายมาให้ถึง Singapore Flyer ให้ได้ก่อนเวลานัดหมาย ไม่ว่าจะพักอยู่ที่ส่วนไหนของสิงค์โปร

bxIMG_9231

Office ของบริษัท WTS ก็จะอยู่ด้านล่างของ Singapore Flyer นั่นแหละครับ จะสังเกตุเห็นได้ว่าบริเวณนั้นจะมีรถบัสจอดอยู่หลายคัน

bxIMG_9230

เมื่อเราเดินไปถึง ร้านเขาก็เปิดพอดี เราก็เลยเป็นคนแรก เพราะคนอื่นยังนั่งดูเชิงกันอยู่รอบนอกๆไกลๆ ยื่นเอกสารไปปุ๊บเขาก็จะอธิบาย พร้อมให้เอกสารและ Sticker มาให้ แล้วเราก็สามารถเดินขึ้นไปเลือกที่นั่งบนรถได้เลย

เวลาประมาณ 08:05 น. คนมาครบแล้ว ขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาเลย เพราะรถออก 08:30 น. แต่เขาก็ไม่ได้รอให้เวลาเดินมาหา ในเมื่อครบแล้ว ก็ออกรถเลย ดีจังแฮ๊ะ

รถก็จะขับผ่านย่านต่างๆของสิงค์โปร เป็นอะไรที่ผมชอบดูมาก ได้เห็นสภาพบ้านเมืองของเขาย่านนอกๆเมือง

ดูจากแผนที่ระยะทางก็ไม่ไกลมากประมาณ 48 กม. ใช้เวลาประมาณ 50 นาที รวม immigration ออก-เข้า เป็นเพราะเรามารอบเช้าคนน้อยเลยเร็ว แต่ขากลับตอนเย็นคนเยอะ ตม.เลยใช้เวลานานหน่อย

1413125222-busroute-o

มาถึง ตม. ขาออกของสิงค์โปร พอถ่ายรูปนี้ไปปุ๊บ ถึงได้เห็นป้ายอยู่ข้างหน้าว่า ห้ามถ่ายรูป ก็เลยปิดฝาหน้ากล้องเลย

bxIMG_9236

เร็วเหมือนโกหก ยังกับว่า แค่เดินผ่านด่าน ประมาณนั้น (เว่อร์ไปนิด แต่ก็ไม่เยอะ) แบบว่าพอยื่น passport ให้แล้วแค่สบตากันก็ stamp ให้แล้ว

เมื่อเสร็จแล้วก็เดินออกไปทางออกด้านหน้า รถที่เราโดยสารมา ก็จะจอดรออยู่แล้ว (จำรถให้แม่นๆด้วย อิอิ)

หลังจากกลับขึ้นไปนั่งที่เดิมแล้ว รถก็จะวิ่งต่อไป โดยขึ้นสะพานข้ามทะเลที่กั้นระหว่างสิงค์โปรกับมาเลเซีย

bxIMG_9237

พอข้ามมาฝั่ง มาเลเซีย ยุคนี้สมัยนี้ ไม่มีเอกสารให้กรอกแล้ว พอมาถึงอาคารตรวจคนเข้าเมือง(ช่างต่างกับอาคารของทางฝั่งสิงค์โปรเหลือเกิน) ไปถึงก็เดินตรงไปยื่น passport ให้ stamp ขาเข้าได้เลย ไม่มีถามอะไรสักกะคำ (สงสัยว่าจะเช้าเกิน)

bxIMG_9239

พอเสร็จแล้วก็เดินออกอีกทางนึง จะมาจ๊ะเอ๋กับรถคันเดินที่จอดรออยู่
คันนี้แหละรถของเรา ไม่ได้ระดับหรูเลอเลิศ แต่ก็นั่งสบาย แอร์เย็นฉ่ำ

bxIMG_9240

พอขึ้นไปนั่ง คราวนี้ก็รอเวลาที่จะถึง legoland กันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าอีก 15-20 นาที ก็เลยนั่งดูวิวข้างทางไปต่อ

นั่งไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงฮือฮาจากเด็กๆ ก็เลยรู้เลยว่า น่าจะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ซึ่งก็จริง

bxIMG_9241

ก่อนลงจากรถ เจ้าหน้าที่บริษัท WTS ก็จะนัดแนะว่า ขากลับให้มาเจอกัน มารอขึ้นรถที่ตรงนี้แหละ ตรงที่ที่กำลังจะลง


เมื่อลงรถตรงนี้แล้ว ยังมีระยะทางอีกประมาณ 200 เมตร ที่จะต้องเดินไป
เด็กๆ ใจจะไม่ไหวอยู่แล้ว ไปถึงที่โน่นกันแล้ว 5 5 5
ระหว่างทางเดินไป ก็มีซุ้มหลังคาคอยบังแดดบังฝนอยู่

bxIMG_9245 bxIMG_9249

ในส่วนของรายละเอียด สิ่งที่น่าสนใจภายใน Legoland Park และ Legoland Water Park เดี๋ยวจะมานำเสนอในตอนต่อๆไป นะครับ …

bxIMG_9603

bxIMG_0118

 

 

 

 

 

Comments

comments