เรามักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า…เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก
เมื่อเราอยู่กับคนที่เรารัก หรืออยู่ที่ที่เราชอบ
และยิ่งไปกว่านั้น อยู่กับคนที่เรารัก ณ ที่ที่เราชอบ …
วันนี้มาอย่างโดดเดี่ยว มาพักที่นี่ โบทานิก้า เขาใหญ่ …
คนเดียวคงเหงาน่าดู …
… แต่ ที่นี่ คือที่ที่ใช่ ที่ที่เราชอบ …
เงียบ สงบ อากาศออกเย็นนิดๆยามต้นฤดูหนาว ….
… นั่งอ่านหนังสือ … นั่งทำงานนิดๆหน่อย เล่น FB ซ๊ะมากกว่า …เป็นงั้น
ใครจะมาเขาใหญ่ … แล้วชื่นชอบบรรยากาศในแบบที่เราชอบ …
ลองพิจารณา โบทานิก้า เขาใหญ่ ดูครับ
ในมุมมองของผม ผมว่าจุดเด่นของโรงแรมนี้นอกจากจะเหมาะสมสำหรับการพักผ่อนอย่างสงบแล้ว ก็คือการที่มีธุรกิจในเครืออยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างหลากหลายที่เหมาะสมเพื่อการจัดประชุมสัมนา outing หรือจัดเลี้ยงพนักงานประจำปีได้อย่างสบาย … (ฟังดูเหมือนจะขัดแย้งกัน แต่การแยกพื้นที่กันชัดเจน และส่วนของ Botanica ก็มาอยู่ด้านในสุด…เรียกว่าตีนเขาเลย ทำให้พื้นที่นี้สงบเงียบอย่างยิ่ง …)
- Botanical Khaoyai
- Greenery Resort
- Scenical World
- Khao Yai Convention Center
ถ้าให้มองให้ชัดเจนขึ้นหน่อยก็คือ Botanica Khaoyai จะเป็นโรงแรมที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว จะเป็นบรรยากาศแบบเงียบสงบ ด้วยจำนวนห้องสไตล์โมเดิร์นทั้งห้องสูท แฟมิลี่สูท สตูดิโอ กว่า 120 ห้อง
Greenery Resort เป็นอีกโรงแรมที่สามารถรองรับแขกได้จำนวนเยอะมีห้องพักมากกว่า 250 ห้อง แต่สองโรงแรมนี้จะแยกส่วนกันนะครับ ใน Greenery เองก็มีห้องประชุมขนาดใหญ่เพื่อจัดงานสัมนาต่างๆได้
Khao Yai Convention Center เป็นศูนย์เพื่อจัดการการประชุมสัมนาต่างๆ มีทั้งห้องขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ มีทั้งที่สามารถจุคนได้ตั้งแต่ 40-200 คน หรือห้องขนาดใหญ่ 1000 คน รวมๆกันหลายห้องก็จุหลายพันคนนะครับ น่าสนใจว่า สามารถรองรับคนได้เยอะทั้งห้องประชุม ที่พัก และกิจกรรม …
Scenical World สวนสนุกและสวนน้ำที่สนุกได้ทั้งแบบครอบครัว เพื่อนฝูงหรือหมู่คณะ ลองชมรีวิว Scenical World ช่วงก่อนเปิดบริการได้ทางนี้ครับ แล้วถ้าได้ไปเล่นหลังเปิดบริการเดี๋ยวจะมา update ความสนุกให้ชมครับ
KHAO YAI :: แอบดูสวนสนุกสวนน้ำแห่งใหม่ ยิ่งใหญ่กลางหุบเขาที่…เขาใหญ่… SCENICAL WORLD
BOTANICA KHAOYAI
เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่าครับ Botanica Khaoyai ว่ากันเรื่องของการเดินทางกันก่อนนะครับ … จำได้ว่าผมขับรถมาคนเดียวเรื่อยๆจากบ้านที่ปทุมธานี ประมาณชั่วโมงกว่าๆก็มาถึงถนนธนะรัตน์ที่เป็นเส้นทางขึ้นเขาใหญ่นั่นเอง วิ่งไปเรื่อยๆจนผ่าน Palio ไปหน่อยนึง ก็จะสังเกตุเห็น Scenical World ทางด้านขวามือ ทางเข้าโรงแรมจะอยู่เลย Scenical World นิดเดียวเองครับ …
ป้ายใหญ่ริมถนนธนะรัตน์ …เป็นทางเข้าเดียวกันกับ Greenery Resort …
มาถึงด้านหน้าโรงแรมล๊ะ … เจอป้ายชื่อโรงแรมแบบนี้ เลี้ยวขวาไปได้เลยครับ
ที่จอดรถใต้อาคาร ไม่ต้องจอดตากแดดตากฝน จอดได้มากถึง 70-80 คันเลยทีเดียว
ตามธรรมเนียมครับ มาถึงก็เดินเล่นเตร็ดเตร่แถวๆลอบบี้ กันก่อน …
ทางเดินเชื่อมต่อใต้อาคารก็ร่มรื่นด้วยสีเขียว… สามารถเดินไปฟิตเนส สระว่ายน้ำ …ฯลฯ ได้
ว่าแล้ว.. ก็แอบเดินมาสำรวจก่อน ด้านในแอร์เย็นฉ่ำจริงๆ … ขอบอก
มุมนี้ได้ข่าวว่า … ชอบมาถ่าย pre-wedding กัน … เฮ้อ…เราไม่ทันล๊ะ…
กลับมาเช็คอินก่อนน๊ะ … จิบน้ำตะไคร้หน่อยนะครับ …เดี๋ยวจะได้ไปเดินดูรอบๆกันต่อ
เดินข้ามมาทางด้านตรงข้ามโรงแรม … เป็นศูนย์ประชุมที่สามารถจัดการประชุมได้เยอะมากทีเดียวเลยครับ ดูโอ่อ่า.. แบบว่ามาจัดงานเลี้ยงสังสรรค์พนักงานประจำปีที่มีพนักงานนับพันคนได้สบายๆเลยครับ ตรงนี้เป็นพื้นที่ของ KYCC ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน
เดินไปไหนกันต่อดี …
ห้องสมุดล๊ะกัน … เป็นช่วงเวลาที่น่านั่งอ่านหนังสือในห้องแอร์เย็นสบายแห่งนี้จริงๆ อีกทั้งสามารถนั่งชมวิวเทือกเขาที่อยู่ด้านหน้า(ลองนั่งมองปล่อยอารมณ์ ผมรู้สึกว่าใจมันสงบมากอย่างไรไม่รู้ …) และด้านข้างก็เป็นสระว่ายน้ำ Infinity Pool แต่ตอนนั้นไม่มีใครมาว่ายน้ำ …
อะไรจะขนาดนั้น …. เก้าอี้นั่งสบายจริงวุ๊ย นั่งแล้วไม่อยากลุกเลย …
เดินมาทางสระว่ายน้ำ กันบ้าง …ที่นี่จะมีสระว่ายน้ำอยู่ 2 สระ
สระหลักก็ที่เห็นในภาพนะครับ ส่วนอีกสระนึงก็จะอยู่ระหว่างตึกทั้งสอง ที่เห็นมีบันไดเดินขึ้นไปนั่นแหละครับ …
สระหลักจะเป็นสระน้ำเกลือ ที่หลังๆนี่หลายๆโรงแรมก็เลือกที่จะใช้แบบนี้หรือมีสระทั้งสองแบบให้เลือก ก็คือสระคลอรีนด้วย …
เดินขึ้นมาดู Infinity Pool บ้าง สระนี้เราก็ชอบมาก เพราะว่าสามารถมองทิวทัศน์ต่างๆ วิวภูเขาสวยๆ ลมพัดผ่าน เย็นสบาย
ด้านบนของสระวายน้ำหลัก ก็จะเป็น บาร์ขนาดย่อมๆ One-up Bar นั่งชิลๆ สบายๆกันได้ เปิดในช่วงเวลา 16:00 – 23:30 น. ช่วงเย็นๆย่ำค่ำมาเดินดู ถ้ามานั่งเป็นคู่ … โรแมนติค น่าดู …
ไม่ใช่พนักงานโรงแรมนะครับ น้อง นศ.มาดูงานที่โรงแรมครับ … อาจารย์สอนมาดี ..นั่งเรียบร้อยมาก
บรรยากาศยามค่ำคืนที่นี่ … เรามีเวลาพอที่จะเดินเล่นท่ามกลางความเงียบสงบ ในยามเย็นย่ำค่ำ รอบๆโรงแรม (ยังไม่พาไปห้องพักสักที อิอิ)
บริเวณ Lobby …
บริเวณห้องอาหาร … เดี๋ยวจะพาไปชมด้านในครับ …
ทางเดินไปสระว่ายน้ำ …จากห้องอาหาร
อากาศยามเช้าที่นี่…ก็สดชื่นไม่แพ้ที่ไหนๆนะครับ ผมตื่นนอนตอน 05:30 น.เช่นเคย ออกมาเดินเล่นตอน 05:50 น. ช่างได้สูดอากาศที่สดชื่นจริงๆ เดินไปเดินมาจนแดดออก เหงื่อซึมเลย เดินตามช่องทาง Jogging ที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้นั่นแหละครับ … ดีจริง …
ห้องพัก …
ได้เวลาเข้าห้องพักแล้วหละ … ที่นี่จะมีห้องพัก(Room Type) อยู่ทั้งหมด 8 แบบนะครับ เราจะแอบไปดูสักสามสี่แบบ(ที่ว่างอยู่ อิอิ) พอที่จะมองภาพออกว่าห้องพักของโรงแรมนี้เป็นอย่างไรบ้าง
สิ่งหนึ่งที่ผมต้องดูเวลาจองห้องพักไปพักที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ผมก็ให้ความสำคัญกับ Facilities ที่ทางโรงแรมต่างๆเหล่านั้นมีให้บริการ … เรามาดูคร่าวๆของที่นี่กันก่อนครับว่ามีอะไรบ้าง
- WiFi เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ยุคไซเบอร์อย่างเรา .. ที่นี่ Free WiFi นะครับ เน็ทแรงพอใช้ได้เลยครับ สบายใจได้
- รายการทีวี … พอดีว่าผมไม่ได้ดูละเอียด แต่พอเห็นได้ว่าเป็นช่องของ True Vision
- ชากาแฟ ผมเห็นจัดเซ็ทเหมือนกันทุกห้องเลยครับ ชอบทานกาแฟแบบแรงอัดจริงๆ อร่อย อิอิ แต่ที่สำคัญชิมกันให้ท้องผูกไปเลย ชาอร่อยๆ หอมมมมมมมกรุ่นนนนนน มากๆ
- อื่นๆเดี๋ยวดูตามรูปนะครับ …
สัญญาณโทรศัพท์ที่ผมใช้อยู่ DTAC รับได้เป็น 3G อยู่ที่ประมาณ 3-4 ขีดนะครับ …
…. แต่ก่อนอื่น เราไปดูห้องที่เราพักก่อนครับ 5 5 5
Botanica Studio ผมว่าเป็นห้อง Studio ที่ขนาดค่อนข้างใหญ่พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะมากนะครับ เอาเป็นว่าใหญ่กว่าคอนโดหลายๆโครงการณ์ที่ผมไปแอบๆดูมาในช่วงหลายสัปดาห์นี้
เตียงนอนนุ่ม … นอนคนเดียวสองเตียงกลิ้งให้มันส์ไปเลย ข้างๆก็เป็น ชุดโซฟา นั่งเล่น นั่งดูทีวีสบายๆ
Welcome Fruit พร้อมกล่องเอกสารกระดาษปล่าว ซองจดหมาย รีโมททีวีฯลฯ
เครื่องชงกาแฟ กาต้มน้ำร้อน พร้อม ชากาแฟมากันพร้อม… (ทุกห้อง ทุก room type น่าจะมีชุดนี้เหมือนๆกันนะครับ …)
ห้องน้ำที่นี่ใหญ่(ค๊อตๆ)
ชักโครกนั่งสบาย ขาไม่ลอย มีก๊อกชำระ …
อีกฝั่งนึงก็จะเป็นห้องอาบน้ำ Rain Shower มีประตูเปิดทะลุไปที่ระเบียงได้ โดยที่ด้านนอกก็จะเป็นอ่างอาบน้ำ Open Air ริมระเบียง
ภาพริมระเบียงที่มีเตียงนั่งเล่นสบายๆ พร้อมอ่างอาบน้ำ ในบรรยากาศ Open Air สบายๆ
มาดูส่วนของเครื่องเคียง …เอ๊ย อุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำกันบ้างครับ (เท่าที่สังเกตุ จะเหมือนกันทุก Room Type เลยนะครับ)
ซีลใส่ถุงให้เรียบร้อย … ดูดี …มีคลาสนะครับ อิอิ
2-Bedroom, Panorama Suite ห้องแบบนี้ เป็นห้องสูทแบบ 2 ห้องนอน ที่มีวิวแบบพาโนรามา มองจากที่นอนก็จะเห็นเป็นวิวยอดเขาที่สวยงามกว้างไกล …
ห้องนั่งเล่นห้องส่วนกลาง จะมีชุดโซฟา โต๊ะนั่งทานอาหาร หรือนั่งทำงาน
ห้องนอนใหญ่ …ด้านในเป็นห้องอาบน้ำ มีอ่างอาบน้ำอยู่ตรงกลาง ในส่วนของฟังค์ชั่น ของใช้ในห้องน้ำก็จะคล้ายๆกันหมด
ห้องนอนเล็กห้องน้ำของห้องนอนเล็ก
2 Bedroom, Family Suite ลักษณะห้องก็จะคล้ายๆกัน อาจจะแตกต่างกันตรงที่เนื้อที่ใช้สอยและสภาพบรรยากาศด้านนอก(วิว)
ห้องนั่งเล่น ด้านหลังเป็นห้องนอนเล็ก
Botanica Suite with Plunge Pool เป็นห้องสูตรแบบหนึ่งห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ว่ายน้ำสบายๆในสระเล็กๆส่วนตัว …
ในห้องนั่งเล่น ก็จะมีชุดโซฟา นั่งเล่น นั่งคุย นั่งดูทีวี มีโต๊ะรับประทานอาหารหรือนั่งทำงานก็ได้
ที่ทุกห้องจะมีเหมือนกันก็คือ เคาท์เตอร์พร้อมซิ้งค์ล้างจาน จุดชากาแฟ ตู้เย็นก็จะอยู่ในตู้ด้านล่างเคาท์เตอร์นั่นแหละ
ห้องนอน และห้องน้ำ จะเป็น Rain Shower
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก็จะเป็นที่นั่งปลดหนัก …
ด้านนอก… จะมีพื้นที่ส่วนตัวกว้างพอสมควร มีเก้าอี้เตียงสำหรับนั่งเล่น มีสระว่ายน้ำขนาดย่อม บรรยากาศเป็นส่วนตัวสบายๆท่ามกลางสีเขียวของธรรมชาติ
ด้านนี้ก็ยังมีเตียงนอน ว่ายน้ำเสร็จก็ขึ้นมานั่งๆนอนๆได้ … สุขจริง
2 Bedroom, Family Suite with Plunge Pool จะเป็นแบบสองห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดเล็ก เป็นห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ขนาด 130 ตรม.
ห้องนั่งเล่น …
ห้องนอนใหญ่ … พร้อมห้องน้ำซึ่งมีทั้งห้อง Rain Shower และอ่างอาบน้ำ
ผมชอบอ่างอาบน้ำแบบนี้ เพราะดูมันแข็งแรงดี พอดีว่าเราเป็นคนตัวใหญ่แถมอ้วนด้วย อิอิ …
จากห้องนอนใหญ่มองออกไปก็จะเป็นสระว่ายน้ำ …
ในห้องนอนเล็กก็จะมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำแบบ Rain Shower สะดวกสบายครับ …
ด้านนอก เป็นที่พักผ่อนส่วนตัวที่กว้างมากทีเดียว
ลองชมคลิปนะครับ (ยังถ่ายไม่เป็นเลย เบลอๆหน่อยนะครับ แค่อยากให้เห็นว่าของจริงมันเป็นอย่างนี้น๊ะ…)
อาหารการกิน
…. มาดูเรื่องปากท้องกันบ้างครับ ที่ Botanica เขาใหญ่ จะมีห้องอาหารหลักก็คือ Tempo Restaurant แต่เราก็สามารถไปทานที่ห้องอาหารทางฝั่งของโรงแรม Greenery Resort ก็ได้ครับ เดินไปหรือนั่งรถกอล์ฟไปก็ได้ครับ ใกล้ๆ
TEMPO RESTAURANT เรามาทานอาหารกันที่นี่สองมื้อ นั่นคือ มื้อค่ำกับมื้อเช้า มาเริ่มจากมื้อค่ำก่อนนะครับ … ทั้งสภาพบรรยากาศ และอาหาร
บรรยากาศยามเย็นที่ห้องอาหาร Tempo
วันนั้น ฝนตกลงมานิดหน่อย (น่าจะเป็นช่วงเย็นน๊ะ เพราะไม่รู้เรื่องเลยว่าฝนตก จะมีก็ช่วงนั้นแหละที่อยู่ในห้องพัก) ตอนออกมาเดินช่วงเย็นๆ จึงรู้สึกว่าเย็นสบายชุ่มฉ่ำ …
ก่อนอื่นเรามาดูสภาพแวดล้อมก่อน ที่ถ่ายมาทั้งกลางวันและกลางคืน
ที่นั่งด้านใน …แอร์เย็นฉ่ำ …
ที่นั่งด้านนอก เช้าๆอากาศดีมาก … เราเลือกนั่งข้างนอกนี้แหละ …
ที่เป็นหลุมๆนี่ เป็นที่นั่งสำหรับ บาร์บีคิว ปิ้งย่าง
อีกจุดนึงที่น่านั่งตอนเช้าๆก็คือใต้ร่มไม้ตรงนี้ …เห็นแล้วชอบ
ดูบรรยากาศแล้วมาดูอาหารบ้าง …อาหารกับเราไม่ค่อยถูกกัน เจอเมื่อไหร่กินให้หมด ถ่ายรูปอาหาร ไม่เคยได้เรื่องเลย วันนั้นยิ่งไปกันใหญ่ เลนส์เจ๊งเอาเทเลถ่ายอาหาร …จะบ้าเร๊อะ … ไม่บ้าหรอก แต่ถ่ายมาไม่ชัดสักกะรูป อิอิ ขนาดไม่ชัด ก็ยังอุตส่าห์เอามาให้ดูอีก คริ คริ …
มาดูไลน์อาหารเช้ากันบ้าง
เดินเข้ามาก็จะเจอมุมนี้ก่อนเลย ….. มุมจริงๆด้วย
เรื่องของไข่ ที่ใครๆก็ชอบ …
ตอนแรกก็สงสัยว่าน้ำอะไร ….แครอท หรอ……ไม่ใช่ เป็นน้ำมะเขือเทศ …
น้ำส้มน้ำนางเอก น้ำโน่นนี่นั่น จัดเลยครับ
สลัดเอย … โยเกริต เอย …
เข้ากันจริง เอ๊ะหรือประชันกัน มะเดื่อกับแอปริค็อต
ของเริ่มหนักบ้าง …
มีข้าว ข้าวต้ม น่าจะถ่ายมาด้วยใน VDO Clip นะครับ
ผลไม้ เบเกอร์รี่ กาแฟ …
ชมคลิปบรรยากาศโดยรวมของอาหารเช้าครับ …
นอกจากนี้ เราก็ได้ชะแว๊บบบบบ ไปหม่ำที่ห้องอาหารของ Greenery Resort บ้างนะครับ อิอิ … ทั้งที่ห้องอาหาร i-Chilli และอีกที่น่าจะเป็น Cafe on the Green แต่ว่าที่ Cafe มื้อนั้นแขกเยอะมาก พราะว่าค่ายรถใหญ่จัดสัมมนาเลี้ยงตัวแทนจำหน่ายภาคอีสาน (เห็นไหมครับว่า เหมาะกับการจัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ด้วย) แต่ในบางครั้งการจัดสัมนาแบบนี้เขาก็จะจัดอาหารแยกออกไปให้เลย … เรามาดูอาหารที่เราหม่ำที่ i-Chilli กันดีกว่าครับ อิอิ …
เมนูแรก … ส้มตำต้นอ่อนทานตะวันเสิร์ฟกับปลาแซลม่อนทอด
ส่วนซุปชามนี้ก็จะเป็น ซุปฟักทองใส่เห็ดถอบ … เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเหมือนกันเห็ดถอบ แต่เป็นที่รู้จักกันดีทางภาคอีสาน
ส่วนเมนูนี้เป็น Signature ของที่นี่เลยครับ เนื้อสันในเสิร์ฟแบบฮ็อทร๊อค แต่ผมไม่ทานเนื้อ เขาก็เลยเปลี่ยนให้เป็นไก่ แต่ผมไม่ทานไก่ ก็เลยได้มาเป็นหมู …. เรื่องมากจริงแฮะ อิอิ
คือแบบว่า เป็นชิ้นเนื้อที่หมักมาแล้ว แต่ยังไม่ปิ้งย่างมา วางมาบนหินภูเขาไฟร้อนๆ(และร้อนนานนนนมาก นานจนทานหมดแล้วก็ยังร้อนจัดอยู่) เราก็ค่อยๆเฉือนเนื้อทีละชิ้นแล้วก็ย่างบนหินนี่แหละ จนคิดว่าตัวเราเองชอบความสุกขนาดไหนก็จิ้มเครื่องเคียงหม่ำได้เลย ….. อร่อยมาก ติดใจ อิอิ
อะไรหว่า … ไอศครีมทอด พร้อมสลัดผลไม้ราดซอสคาราเมล …. ไม่มีเหลือ อิอิ …
บทสรุป
ก็เป็นอันจบหมดสิ้นการรีวิวของที่นี่ ขอบคุณที่เข้ามาชมกันนะครับ มีอะไรแนะนำ คอมเม้นท์กันได้เลยนะครับ รีวิวครั้งต่อๆไปจะได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น อิอิ