XIAN :: พระธรรมคำสอนลือเลื่อง พระถังซำจั๋งระบือไกล เยือนกลิ่นไอที่ ต้าเอี้ยนถะ – เจดีย์วัดห่านป่าใหญ่

Giant Wild Goose Pagoda

 

เมื่อพูดถึงพระถังซำจั๋ง เด็กๆในยุคนี้สมัยนี้อาจจะหาคนที่รู้จักน้อยมาก ไม่เหมือนคนในยุคเก่าก่อนที่พอพูดถึงพระถังซำจั๋ง ก็จะนึกถึงการไปอัญเชิญพระไตรปิฏกจากชมพูทวีปมาสู่อารยธรรมประเทศจีน และนอกจากนี้ก็ยังนึกถึง เห้งเจีย ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง และ ม้าขาว จากนิยายที่อิงเรื่องจริงเรื่อง “ไซอิ๋ว” นั่นเอง 


 

        แท้จริงแล้วก่อนหน้าที่ พระถังซำจั๋ง พระอริยสงฆ์แห่งราชวงศ์ถังจะไปยังอินเดียเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกนั้น ได้มีพระสงฆ์ชาวจีนหลายรูปได้เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยพระจีนที่สามารถเดินทางไปถึงอินเดียเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกและกลับมาถึงฉางอานได้สำเร็จเป็นรูปแรกมิใช่พระถังซำจั๋งผู้เลื่องชื่อ แต่เป็นพระในสมัยจิ้นตะวันออกนาม ฝาเสี่ยน (法显)

        พระฝาเสี่ยน (法显; มีชีวิตอยู่ในช่วงราว ค.ศ.338-423) เกิดใน สมัยจิ้นตะวันออก (ค.ศ.317-420) ท่านออกเดินทางจากเมืองฉางอานเลาะไปตามดินแดนทางทิศตะวันตกจนกระทั่งถึง นครสาวัตถี (Sravasti:舍卫城) อันเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาครั้งพุทธกาล และเป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุด รวม 25 พรรษา
       
        เมื่อถึงอินเดีย พระฝาเสี่ยนนอกจากจะไปศึกษาพระไตรปิฎก ศึกษาภาษาสันสกฤต และคัดลอกพระธรรมวินัยแล้ว ท่านยังถือโอกาสธุดงค์ไปทั่วอินเดียอีกด้วย จนกระทั่งปี ค.ศ.409 ท่านจึงออกเดินทางจากอินเดียเพื่อกลับมายังประเทศจีน โดยผ่านไปยังดินแดนที่เป็นประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน และได้แวะพักอยู่เป็นเวลาสองปี จน ค.ศ.411 จึงได้อาศัยเรือกลับมายังประเทศจีน (ณ ปัจจุบัน ที่ประเทศศรีลังกายังคงมีวัดที่ใช้นามของพระฝาเสี่ยนเป็นชื่อวัดอยู่)
       
        เมื่อมาถึงบ้านเกิด พระฝาเสี่ยนซึ่งขณะนั้นมีอายุเกินกว่า 70 ปี แล้วจึงได้ดำเนินการแปลพระไตรปิฎกและคำภีร์ของศาสนาพุทธ เป็นภาษาจีนออกมาจำนวน 6 เล่มสมุด 63 ม้วนรวมล้านกว่าตัวอักษร นอกจากนี้ท่านยังได้เขียนบันทึกการเดินทางออกมาหนึ่งเล่ม มีชื่อว่า ‘บันทึกพุทธภูมิ (佛国记)’ อันถือเป็นบันทึกที่มีคุณค่าต่อพุทธศาสนาและทางประวัติศาสตร์โลก เช่นเดียวกับ ‘บันทึกดินแดนตะวันตกในสมัยถัง (大唐西域记)’ ที่พระถังซำจั๋ง เขียนขึ้นในเวลาต่อมา
       
        ทั้งนี้นอกจากพระฝาเสี่ยน และพระถังซำจั๋ง ที่ถือว่าเป็นพระสงฆ์จีนสองรูปที่มีชื่อเสียงที่สุดจากการไปอัญเชิญพระไตรปิฎกยังอินเดียแล้ว ก็ยังมีพระสงฆ์ในสมัยถังนาม อี้จิ้ง (义净; ค.ศ.635-713 หรือที่ชาวไทยเรียกกันว่า หลวงจีนอี้จิง) ที่เดินทางทางเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่มหาวิทยาลัยนาลันทา โดยพระอี้จิงใช้เวลาศึกษาอยู่ที่นาลันทาถึง 10 ปี ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่อาณาจักรศรีวิชัย และได้คัดลอกพระไตรปิฎกเป็นภาษาสันสกฤตมาอีกจำนวนหนึ่งก่อนจะเดินทางกลับถึงประเทศจีน
       
        ในเวลาต่อมา พระอี้จิงได้แปลพระไตรปิฎกและพระธรรมวินัยเป็นภาษาจีนรวมแล้ว 56 เล่มสมุด 230 ม้วนและยังได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับการไปอัญเชิญพระไตรปิฎกของตนเองอีก 2 เล่มไว้เป็นมรดกให้แก่อนุชนรุ่นหลังอีกด้วย****

Ref :: http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000156515


เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า อิอิ เดี๋ยวไม่ทันรถ ….

เช้าวันนั้น ก่อนออกจากโรงแรม Citadines เราก็ถามพนักงานตรง Front ตรงนั้นว่า เราจะไปที่ Giant wild goose pagoda หงะ นั่งรถสายอะไรไปได้บ้าง แล้วไปขึ้นที่ป้ายไหน

เจ้าหน้าที่รีบหยิบแผนที่มาชี้เป้าให้ดูเลย บอกว่าเดินออกจากโรงแรมแล้วเลี้ยวไปทางนี้ตรงไปทางโน้นเลี้ยวขวาอีกทีที่นี้ เจอป้ายรถเมล์ รอขึ้นสาย 609 ได้เลย

Giant wild goose pagoda

ได้ยินเช่นนั้น เราก็เดินตามคำบอกเลยครับ อย่าได้รอช้า ตามเส้นสีเขียวไปได้เลยครับ ไปยืนรอรถสาย 609 ที่ป้าย

ออกจากโรงแรม วันนี้ ซาลาเปาก็ขายดีเช่นเคย (พิมพ์ไปน้ำลายไหลไป)

bxIMG_7106

เดินมาถึงวงเวียนหอระฆัง เราก็เดินเลี้ยวไปทางขวาได้เลยครับ วันนี้อากาศดี แดดแรงแต่ยังหนาวสั่น

Giant wild goose pagoda

บริเวณป้ายรถเมล

Giant wild goose pagoda

ไปแอบดูก่อนว่า มีสายที่เรารอมั๊ย……..ฮั่นแน่…..เห็นแล้ว 609

Giant wild goose pagoda

ยื่น iPhone ให้คนขับเลย (เอารูปให้ดู) พอคนขับพยักหน้า พวกเราก็ขึ้นกันได้เลย

Giant wild goose pagoda

คริ คริ ได้นั่งรถเมลด้วย 

อยู่เมืองไทยไม่เคยได้นั่งเลยGiant wild goose pagodaวิ่งมาประมาณ 10 นาที ก็ได้รับสัญญาณจากคนขับรถว่า ให้ลงป้ายนี้ 

แต่ความจริงเราก็ทำการบ้านมาพอควรแหละว่า จะต้องลงตรงไหน 

Giant wild goose pagoda

เดินตรงไปด้านหน้าอีกหน่อยครับ ตรงนั้นกำลังมีการก่อสน้างสถานีรถไฟใต้ดิน 

อีกหน่อยก็คงจะสะดวกกว่านี้เยอะครับ 

Giant wild goose pagoda

เดินมาถึงแยกตรงที่กำลังก่อสร้าง มองไปทางขวาก็จะเห็นสะพานลอดคนเดินข้าม 

เราก็ตรงไปที่นั่นเลยครับ 

bxIMG_7128

ระหว่างเดินข้ามสะพานลอย เริ่มมองเห็นน้ำพุที่อยู่ทางด้านหลังวัดแล้วครับ 

และเช่นเดียวกัน … เราก็จะเห็นงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินตรงนั้นด้วย

bxIMG_7131

มาถึงแล้ว คนก็ไม่ได้มากมายจนล้นพ้น พอเดินเป็นเพื่อนกันได้ 

bxIMG_7137

 

แผนผังแสดงบริเวณของวัดต้าสือเอินซื่อ เจดีย์ห่านป่าใหญ่ 

bximg102GiantGooselayout XXX

 

 

ลงบันทึกก่อนว่า เราได้มาถึงที่นี่แล้ว 

bxIMG_7145

ตรงนี้หรอ ที่เขาบอกว่ามีแสดงน้ำพุ ตามเวลา พอดีว่าไม่ได้กะเวลาว่าจะมาดูด้วยเลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่ 

bxIMG_7149

bxIMG_7152

bxIMG_7154

บนพื้นที่เราเดินไปมานั้น ก็มีสลับกับลายแกะสลักปูนหรือหินไม่รู้

สวยงามหลายจุดเลยครับ เราเดินหลบ แต่คนจีนเขาเดินเหยียบเลย แสดงว่าเขาไม่ได้ห้ามเหยียบ 

แต่ยังไงเราคนไทย ก็ไม่กล้าเหยียบของสวยๆงามๆแบบนี้อยู่ดี เดินอ้อม นิดหน่อยเอง

bxIMG_7161

อยู่ด้านหลัง บอลล์ บอลล์ นั่นแหละครับ ลายปูนสวยๆ 

bxIMG_7163

ลองชมบรรยากาศจากคลิปวิดีโอ นะครับ (ตั้งค่าเป็น HD ได้นะครับ)

สักพัก ก็มีเจ้าหน้าที่สีแดงๆแบบนี้ เดินมาเป็นแถว เหมือนทหารรักษาวัง ผลัดเปลี่ยนเวรนั่นแหละครับ 

แล้วยืนเฝ้าตามจุดต่างๆรอบๆน้ำพุ

bxIMG_7165

 

ถึงบางอ้อเลย….. ได้เวลาเริ่มแสดงโชว์น้ำพุ นั่นเอง 

bxIMG_7188 bxIMG_7194 bxIMG_7196 bxIMG_7196a

 

ชมคลิปวิดีโอ น้ำพุเต้นระบำ ได้ที่นี่ครับ เห็นเขาว่ากันว่า รอบกลางคืนสวยงามกว่ามากมายเพราะผสมผสานด้วยการเล่นแสง

โดยส่วนตัวแล้ว ยังดูว่าธรรมดา มีดีตรงที่ใหญ่ เยอะ เท่านั้น ลูกเล่นน้ำพุยังไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ

ยืนดูนั่งดูได้สักพัก เราก็เดินกันต่อ เพื่อไปซื้อตั๋วเข้าด้านในวัด 

ซึ่งจะต้องเดินไปด้านหน้า ซึ่งระหว่างทางก็มีร้านค้าขายของที่ระลึก เครื่องดื่มก็มี 

นอกจากนั้นก็มีพวกรูปหล่อโลหะ เป็นรูปคนจีนในอริยาบทต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปด้วย 

bxIMG_7229

bxIMG_7230

bxIMG_7233 bxIMG_7236 bxIMG_7239 bxIMG_7241

ใครทันดูหนังกล่องแบบนี้บ้าง อิอิ (บอกอายุเลยนะนั่น)

bxIMG_7245

bxIMG_7248 bxIMG_7249 bxIMG_7251 bxIMG_7253เย้….เดินมาถึงด้านหน้าแล้ว …ไกลเหมือนกันแฮ๊ะ 

bxIMG_7257

 

แต่ว่า ณ เวลานั้น ท้องเริ่มหิวแล้ว ก็เลยเดินข้ามไปฝั่งตรงข้าม 

เห็นมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ทั้งก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อที่เราไม่ทาน

ก็เลยเดินเข้าร้าน Pizza อนากรู้เหมือนกันว่า Pizza เมืองจีนมันจะเป็นยังไง อิอิ

bxIMG_7261 bxIMG_7268

โดยรวม ก็แตกต่างกันพอสมควร

bxIMG_7271 bxIMG_7273 bxIMG_7274

Pizza ทั้งแป้งและรสชาติ ไม่ได้แตกต่างจากบ้านเรามากนัก

แต่ไม่มีเครื่องปรุงยิบย่อยเหมือนบ้านเรา …

bxIMG_7275

ท้องอิ่มแล้ว … เราก็เดินข้ามถนนกลับมาที่วัดห่านป่าใหญ่เลย 

ด้านนี้เป็นด้านหน้า จะมีรูปปั้นของพระถังซำจั๋งอยู่ด้านหน้า

bxIMG_7278

บริเวณลานตรงนี้ คนค่อนข้างเยอะ 

และแน่นอน คนที่อยากจะถ่ายรูปกับพระถังซำจั๋งก็ย่อมต้องเยอะตามไปด้วย

ดังนั้น… ต้องเดินหามุม หาโอกาสเอาเองเลยครับ อย่าหวังว่า จะได้ถ่ายแบบสวยๆสบาย

ผมงี้ ออกมาถ่ายด้านนอกๆเอาเลยดีกว่า …แล้วซูมเอา

bxIMG_7280

วันนี้แดดแรง แต่ก็หนาว อิอิ

bxIMG_7282

bxIMG_7284

เราเดินไปซื้อตั๋วก่อนเลยครับ ถ้าเดินเข้าหาประตู ซุ้มขายตั๋วก็จะอยู่ทางซ้ายมือ

bxIMG_7287

ราคาตั๋วก็ ผู้ใหญ่ 50 หยวน เด็ก 30 หยวน 

bximg101GiantGoose

ได้มาแล้วก็ไปกันเลย 

bxIMG_7289

bxIMG_7290

bxIMG_7292 bxIMG_7294

ก็เหมือนๆกับบ้านเรานะครับ

มีกินมีใช้ (ปากกิเลนโดนลูบมันแว๊บบบ)

ร่างกายแข็งแรง เดินเหิรสะดวก (ขาโดนลูบมันแว๊บบบบ)

bxIMG_7295

ประตูเข้าเป็นเครื่องสแกนบัตร

bxIMG_7299

บรรยากาศด้านในหลังตรวจตั๋วเข้ามา

bxIMG_7302

bxIMG_7300

ด้านหน้าเราตรงๆก็จะเห็นเจดีย์สูงตระหง่านอยู่ด้านหน้า 

เจดีย์ต้าเอี่ยยถ่า ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเมืองซีอาน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. ๖๕๒ ในรัชสมัยจักรพรรดิถังเกาจง (TANG KAO ZHONG)
โดยก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. ๖๔๘ ในรัชสมัยจักรพรรดิถังไท้จง (TANG TAI ZHONG) พระราชโอรส เจ้าชายหลี่จื้อ (จักรพรรดิถังเกาจงในเวลาต่อมา ทรงครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาในปี ค.ศ. ๖๕๐) ได้สร้างวัดต้าสือเอินซื่อ (TA SI EN SI) (วัดกตัญญุตาราม) นี้ขึ้นก่อน เพื่อเป็นการทดแทนพระคุณของพระราชมารดา คือ เหวินเต๋อหวงโฮ่ว จากนั้นเมื่อทรงขึ้นครองราชย์แล้วจึงได้สร้างเจดีย์นี้ขึ้นตามคำขอของพระถังซำจั๋ง ในบริเวณวัดดังกล่าว

โดยได้มีการสร้างเจดีย์สูง 5 ชั้น แต่ได้ถูกทำลายลงในสมัยของพระนางอู่เจ๋อเทียน และพระนางมีะรพบัญชาให้สร้างขึ้นใหม่สูง 10 ชั้น แต่ก็ต้องพังทลายลงในภายหลังด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหว  จึงมีการบูรณะเป็นเจดีย์ 7 ชั้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งสูง ๖๔.๑ เมตร ฐานขององค์เจดีย์วัดจากตะวันออกไปตะวันตกยาว ๔๕.๙ เมตร จากเหนือไปใต้ยาว ๔๘.๘ เมตร


ด้านขวามือของเราจะเป็หอระฆัง Bell Tower

bxIMG_7304

ส่วนด้านซ้ายมือ ก็เป็นหอกลอง (Drum Tower) 

bxIMG_7306

และที่เห็นกันบ่อยๆตามวัดจีนก็คือกระถางทรงสวยงามแบบนี้

bxIMG_7312

หอกลอง

bxIMG_7320 bxIMG_7322

หอระฆัง

ด้านในเป็นระฆังใบใหญ่หนัก 15 ตัน สร้างขึ้นปี 1548 ในยุคสมัยของ MING Dynasty

bxIMG_7324

อากาศเย็นสบาย เราเดินชมโน่นนี่รอบๆ ไม่ได้รีบร้อน 

bxIMG_7330 Giant Wild Goose Pagoda bxIMG_7337 bxIMG_7335

แต่กลิ่นบุหรี่นี่ …. ตามไปทุกที่จริงๆ 

bxIMG_7333 bxIMG_7332

ก่อนเดินต่อเข้าไปด้านใน ก็ขอพักแข้งพักขาเอาเรี่ยวเอาแรงสักหน่อย …

ด้านในนี่มีร้านขายน้ำขายไอศครีมด้วยนะครับ 

Giant Wild Goose Pagoda

ชะเง้อมอง ก็สูงดีน๊ะ อิอิ

bxIMG_7346

ศิลปะบนกำแพง

bxIMG_7358

ไปกันต่อได้แล้ว 

วัดห่านป่าใหญ่

บันใดคั่นกลางด้วยลายมังกร 

bxIMG_7366

ด้านข้างก็มีสิงโตหินสีขาวนวล สวยงามมาก ทั้งสองข้าง

bxIMG_7367

bxIMG_7369

bxIMG_7371

bxIMG_7372 bxIMG_7376

bxIMG_7378

bxIMG_7380bxIMG_7385

เริ่มสะเปะสะปะละ ถ่ายไนไม่รู้

bxIMG_7392

ชิ้นงานในกรอบรูปนี้ ไม่รู้ทำด้วยอะไรหงะ เรซิ่น หินแกะสลัก หรือ อะไรก็ไม่รู้

รู้แต่ว่าสวยหงะ

bxIMG_7395

Second Hall 

bxIMG_7400

ตรงนี้เป็นอาคารด้านข้าง สามารถเดินชมได้มีหลายห้องหลายอาคาร

bxIMG_7402 bxIMG_7407

The Second Hall ตัวอาคารเป็นแบบกึ่งหินกึ่งไม้แกะสลักได้สวยงามมาก

bxIMG_7409 bxIMG_7412

รูปนี้น่าจะเป็นด้านหลังของ Main Hall เดาว่าเป็นพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าประสูติ 

bxIMG_7417 bxIMG_7424

ก็ยังเดินชมตามอาคารต่างๆอยู่ ล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่สวยงามทั้งสิ้น 

สำหรับที่ติดอยู่ฝาผนังเป็นการแกะสลักที่สวยงามลงตัวจริงๆ แต่ดูไม่ออกว่า แกะสลักบนไม้หรือว่าอะไร ดูแล้วไม่เหมือนไม้

bxIMG_7429

มาห้องเจ้าแม่กวนอิมพันมือ 

bxIMG_7432

เดินมาถึงตัวเจดีย์ 7 ชั้น เราสามารถเข้าไปในเจดีย์ได้นะครับ เดินขึ้นไปตามชั้นต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นประวัติและสิ่งของต่างๆเหมือนพิพิธภัณฑ์

bxIMG_7437

แต่ต้องเสียค่าเข้าอีกคนละ 30 หยวน ใจเราก็ไม่ค่อยอยากปีนกันแล้ว เพราะกำลังขาไม่อำนวย 

มาเจอ 30 หยวนเป็นข้ออ้างอีก ก็เลย เดินเลยตามเลย อิอิ

bxIMG_7440

เดินดูรอบๆเจดีย์ในหลายๆมุม 

bxIMG_7451 bxIMG_7454 bxIMG_7460 bxIMG_7466

ด้านข้างก็มีสวนจีนจัดสวยงามเชียว แต่เห็นมีคนนั่งรมควันกันอยู่กลุ่มใหญ่ เลยไม่ได้เดินไปตรงนั้น

(สวนนี้อยู่ตรงตำแหน่ง 9 ของแผนผังของผมนะครับ)

bxIMG_7453

เราเดินมาด้านหลัง ซึ่งดูเหมือนเป็นโรงเรียนของหลวงจีนเลย 

(อยู่ตรงตำแหน่ง 10 ของแผนผังของผมนะครับ)

bxIMG_7469

bxIMG_7471

บรรยากาศดูเงียบสงบดี 

bxIMG_7473

มีห้องอีกหลายห้อง ที่เราสามารถเข้าไปเดินชมได้

bxIMG_7479

 

bxIMG_7480

bxIMG_7481

ห้องนี้ก็เป็นอีกห้องที่มีภาพผนังเป็นโละเล่าเรื่องต่างๆเป็นรูปภาพที่อ่อนช้อยงดงาม

bxIMG_7483 bxIMG_7485

บางส่วนก็เป็นไม้ …

bxIMG_7486

ลองดูคลิปวิดีโอตอนท้ายนะครับ สวยจริง 

bxIMG_7489

เดินชมกันต่อ นะครับ 

bxIMG_7490 bxIMG_7497

อีกห้อง เป็นภาพแกะสลักบนหินขาว (หรือปล่าว กลัวจะเป็นเรซิ่น อิอิ)

bxIMG_7498 bxIMG_7499 bxIMG_7501

น่าจะเป็นรูปปั้นพระถังซำจั๋ง 

bxIMG_7505

บอลล์ ยังแรงเยอะ วิ่งเล่นสนุกเลย

bxIMG_7506

ช้างหินแกะสลัก สวยอีกแล้วครับท่าน 

bxIMG_7508

บรรยากาศเหงาๆนี่มันดีหรือไม่ดีนี่ 

แต่ก็น่าจะดีกว่าคนเดินกันเต็มไปหมด เน๊อะ

bxIMG_7510

bxIMG_7512

bxIMG_7513

 

bxIMG_7518

จริงๆแล้วด้านล่างของอาคาร(เหมือนห้องใต้ดิน) ก็มีการจัดแสดงพระพุทธรูปหินแกะสลักเก่าแก่ หลายองค์ หลายยุค หลายสมัย

bxIMG_7520

ได้เวลาเดินออกกันแล้วหละ

bxIMG_7523 bxIMG_7525 bxIMG_7527 bxIMG_7528

เก็บภาพบรรยากาศ มาฝากกันครับ 

bxIMG_7532 bxIMG_7533 bxIMG_7536 bxIMG_7538 bxIMG_7550

ก่อนเดินออกจากวัด เพิ่งจะมาเห็นป้ายบอกเล่ารายละเอียด อิอิ

bxIMG_7551

เดินออกมาแล้ว เราก็จะเดินกลับไปขึ้นรถเมล์แถวๆเดิมที่เราลงเมื่อเช้า 

แต่เลือกที่จะเดินอีกด้านนึงของตัววัด เพื่อที่จะได้ไม่ซ้ำทางเดิม

bxIMG_7557 bxIMG_7559 bxIMG_7560

พวกคนจีนเห็นเราถ่ายกระจกนี้ สงสัยจะคิดว่าเราบ้าแน่เลย 

แต่ละคนก็มองตาม ถ่ายอะไรของมันฟ๊ะ 

แต่สักครู่ ก็มายืนรุมถ่ายตรงจุดนี้กันเต็มไปหมด 5 5 5

bxIMG_7562 bxIMG_7564 bxIMG_7565

ตามทางเดินก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ทั้งรูปปั้น ทั้งของขาย  ทั้งวิถีชีวิต …

bxIMG_7566 bxIMG_7567 bxIMG_7570 bxIMG_7572

คุณลุงคนนี้โชว์ศิลปะการเขียนอักษรจีน

โดยใช้ฟองน้ำติดไว้ที่ปลายไม้เท้า ชุบน้ำแล้วขีดเขียนลงไปบนพื้น

ผู้คนให้ความสนใจมากมาย

bxIMG_7577

เดินกลับทางเดิมผ่านลานน้ำพุ bxIMG_7586 bxIMG_7588 bxIMG_7589


 

ลองดูบรรยากาศผ่าน วิดีโอคลิปดูครับ


 

ตอนต่อไป จะพาไปขี่จักรยานท้าลมหนาวศูนย์องศา บนกำแพงเมืองเก่าซีอาน

Xian City Wall

 

 

Comments

comments