Hua Shan :: ตอนที่ 1 – มีวาสนาแม้นอยู่ไกลพันลี้ก็ได้เจอ ไร้วาสนาแม้อยู่ตรงหน้าก็ไม่อาจเห็น

9choke.com > เที่ยวต่างประเทศ > China > Hua Shan :: ตอนที่ 1 – มีวาสนาแม้นอยู่ไกลพันลี้ก็ได้เจอ ไร้วาสนาแม้อยู่ตรงหน้าก็ไม่อาจเห็น

Mount Hua

ในอดีตถ้าใครเคยอ่านกำลังภายในเรื่อง ผู้กล้าหาญคะนอง ที่ น.นพรัตน แปลมาจากบทประพันธ์ของกิมย้ง (ซึ่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นเดชคัมภีร์เทวดาตามชื่อภาพยนต์ และอีกชื่อ กระบี่เย้ยยุทธจักร ตามชื่อในภาพยนต์สำหรับโทรทัศน์) ย่อมต้องคุ้นเคยกับสำนักหัวซาน

ตอนนั้น(ประมาณ 35-40 ปีที่แล้ว) จำได้ว่าเริ่มอ่านหนังสือกำลังภายใน อ่านข้ามวันข้ามคืน อ่านจนหมดร้าน หมดห้องสมุดประจำจังหวัด ทุกเรื่องทุกเล่ม แต่เดี๋ยวนี้ จำไม่ค่อยได้แล้วหละ ถ้าถามว่าเรื่องนั้น เรื่องโน้นเป็นยังไง คงตอบไม่ได้แล้ว ไว้ถ้ามีเวลาจะกลับไปอ่านอีกรอบ ไม่รู้ว่าปัจจุบันจะมีหนังสือในรูปแบบไหนให้อ่านบ้าง

ช่วงที่วางแผนเที่ยวซีอาน บังเอิญมาเห็นว่าเขาหัวซาน อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากซีอานมากมายนัก Search หาคร่าวๆ เห็นรูป เฮ๊ยยยย …. ใช่เลย น่าจะเป็นสถานที่ที่เหล่าจอมยุทธตกหน้าผา ลงไปติดที่ต้นไม้ เหลือบมองไปเห็นถ้ำใกล้ๆ ก็เลยพยายามปีนเข้าไปในถ้ำนั้น ป๊ะเข้าให้กับโครงกระดูกที่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ด้านข้างมีกระบี่เก่าแก่โบราณเล่มหนึ่งวางอยู่ บนฝาผนังถูกขีดเขียนด้วยพลังดัชนี อ่านแล้วไม่อาจจะเข้าใจได้ …. อะไรประมาณนั้นแหละ …..

ก็เลยหาข้อมูลเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ จนทราบว่า มีรถไฟหัวกระสุนผ่านไปเมืองนั้นด้วย จึงรีบบรรจุเข้ามาในแผนการท่องเที่ยวทันที ถึงแม้จะเป็นตัวเลือกสำหรับแผนสำรอง แต่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย

และเมื่อดูความเป็นไปได้แล้ว เมืองนี้อยู่ระหว่างทางระหว่างลั่วหยางกลับมาที่ซีอานด้วย ก็เลยวาดแผนเขียนแพลนได้ลงตัว โดยตัวสถานที่เที่ยวที่เมืองลั่วหยางออกหน่อยนึง เอามาเป็นเที่ยวที่เขาหัวซานแทนเลย อิอิ

นั่นคือที่มาของชื่อเรื่องตอนนี้

“มีวาสนาแม้นอยู่ไกลพันลี้ก็ได้เจอ ไร้วาสนาแม้อยู่ตรงหน้าก็เหลียวหาไม่เห็น”

เพราะว่าเรามีวาสนานี่เอง ถึงได้มาสถานที่แห่งนี้ ที่ไม่เคยนึกเลยว่าจะได้มา

Hua Shan Mountain


 

ว่าแล้วก็รวบรวม สำนวนกำลังภายในมาให้อ่านเล่นด้วยเลย

“ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย”

“ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา”

“พบสหายรู้ใจ ร่ำสุราพันจอกมิเมา”

“ข้ามิได้เข้าหายุทธภพ แต่ยุทธภพต่างหากที่เข้าหาข้า”

“กระบี่อยู่ คนอยู่ กระบี่หัก คนม้วย”

“พบกันน้อยนิด..จากกันเนิ่นนาน”

“ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ส่งกันพันลี้อย่างไรก็ต้องจากกัน”

“มันผู้ใดบอกว่าเข้าใจสตรีมันผู้ นั้นไม่เข้าใจอะไรเลย”

“หิมะเหินจรดขอบฟ้า ยิงมฤคาสีขาวนวล
อักษรแย้มสรวลยวนยางเขียว เทพผู้กล้าอิงคู่กัน”

“คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต”

“พันธุ์บุปผาที่งดงาม ล้วนงอกเงยขึ้นจากดินโคลน”

“เพียงแต่ในหัวใจสว่างใสว ใยต้องกลัวกับความมืด”

“ยอมเป็นหยกบิ่น ดีกว่าเป็นกระเบื่องที่สมบูรณ์”

“ที่ฆ่าคนมิใช่ดาบ คนต่างหากเป็นผู้ฆ่า”

“คนที่เก็บความลับได้ดีที่สุดก็คือ…คนตาย”

“ดื่มเหล้าเจอคนรู้ใจ พันจอกยังน้อยนัก พูดคุยไม่ถูกคอเพียงครึ่งคำก็มากไป”

“บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ”

“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา”

有缘千里来相会,无缘对面不相识  !!”มีวาสนาแม้นอยู่ไกลพันลี้ก็ได้เจอ ไร้วาสนาแม้อยู่ตรงหน้าก็เหลียวหาไม่เห็น”

“หากแม้นคู่กัน สุดขอบฟ้าก็พานพบ หากแม้นไม่ได้คู่กัน แม้ไขว่คว้าก็คลาดคลา”


มาเข้าเรื่องของเรากันเลยดีกว่า

เช้าวันนั้น เราตื่นนอนตามเวลาที่กำหนดเอาไว้ที่ Luoyang Yi Jia International Hostel ต้มมาม่ากับโจ๊กคัพที่เตรียมไปกินกันเรียบร้อย ก็เดินออกมาหน้าที่พัก ท้องฟ้ายังมืดอยู่ แต่ก็เริ่มมีแสงยามอุษาหลบหลืบอยู่ใต้ความมืดบ้างเล็กน้อย เราเดินข้ามถนนไป เจอรถแทกซี่ ก็ยื่นรูปให้ดูเลยว่า จะไปสถานีรถไฟ Luoyang Longmen Station (เข้าใจว่า ถ้าเป็น Luoyang Station จะเป็นสถานีรถไฟเก่า) มีรูปมีข้อความอย่างนี้ ไม่น่าพลาด

อาเจ็กหน้าตาเหมือนคนจีน(อ่าว ก็คนจีนหงะ) ยกมือแสดงพร้อมบอกว่า อู่สือไขว่

เราก็เลยร้องกลับไป ไอ้หย่า … ซานสือไขว่ พร้อมชูสามนิ้ว

คราวนี้กลับมาชุดใหญ่เป็น Premium Set เลย ……. #@$$%^^&$#(*&$$#$%%

ฟังไม่รู้เรื่อง … เราก็เลยเดินไปรอรถเมลล์ที่ป้าย ซึ่งอยู่ห่างไปนิดเดียวเอง

แป๊บบบบ เดียว แทกซี่คันนั้น ก็ไถลเข้ามาจอด แล้วกวักมือให้ขึ้นรถมา

ประมาณว่า ไปๆๆ สามสิบก็สามสิบ

พอขึ้นไปนั่งบนรถเท่านั้นเองแหละ โอ้โห มาเป็นชุดใหญ่ใส่สูทเลย

ชวนคุยโน่นคุยนี่ ซึ่งเราไม่รู้เรื่องเลย เขาก็คงทำหน้า งง งง ทำไมเมิงไม่รู้เรื่องเลยฟ๊ะ อุตส่าห์พูดเป็นภาษาจีนหมดแล้วนะนี่

เรานั่งไปนานพอควรเลย ก็มาถึงสถานีรถไฟ Luoyang Longmen จะว่าไป 30 หยวนก็โอเคนะครับ ไกลเหมือนกัน

Luayang Longmen Train Station

มาถึงก็อดไม่ได้ที่จะขอสักแชะ

aaIMG_6560

ด้านหน้าก็จะมี Ticket Office แต่ว่าเราจองมาเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเดินเข้าไป Check In ได้เลย

aaIMG_6562

วันนี้ เราไม่ได้นั่งยาวกลับ ซีอาน

แต่ว่า เราจะแวะลงกลางทางที่สถานี Hua Shan

เข้ามาถึงก็ดูตารางเวลา …. รถไฟมาตามกำหนดเวลาเด๊ะ

aaIMG_6564

แต่เรามาเร็วไปหน่อย เดินหาอะไรหม่ำกันก่อนดีกว่า

aaIMG_6565

แต่ก่อนอื่น เดินไปสำรวจก่อนว่า Gate เราอยู่ตรงไหน พอรู้ที่รู้เวลาแล้ว เราก็ไปเดินต่อได้เลย

aaIMG_6570

ส่วนใหญ่ก็เป็นร้านขายของฝาก พวกชา กระเป๋า ผ้า หยก อะไรทำนองนั้น

aaIMG_6576

เดินแวะมารับน้ำฟรีก่อน อิอิอิ…

aaIMG_6577

แล้วเดินมาร้าน KFC

ส่งเด็กไปซื้อเลย …..แบบว่า ต้องคุยกันรู้เรื่อง ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็อดกิน

aaIMG_0318

ซื้อมาหลายอย่าง …แต่อันนี้อะไร น้าาาาาาาาาาาา

aaIMG_6582

5 5 5 มันคือ ไข่ดาวนี่เอง เล่นใส่ถุงกระดาษแบนๆ นึกว่าอะไร

aaIMG_6584

ถีงเวลา ก็เช่นเคย เราไปเข้าแถวตรงช่องสีชมพู สำหรับตั๋วแบบสีชมพู เขาก็จะมีคีมเจาะตั๋วแบบเดียวกันกับบ้านเราสมัยโบราณ(ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังใช้อยู่หรือปล่าว)

aaIMG_6595

เมื่อผ่านเข้ามาแล้ว ก็ไปยืนรอตรงชานชลา ตรงตำแหน่งที่โบกี้ของเรา อย่างตั๋วของเรา โบกี้ที่ 2 เลขที่นั่ง 17A

เราก็เดินมายืนรอตรงตู้ที่ 2 ถ้าดูจากป้ายบนพื้นนี้ คาดว่าขบวนหนึ่งมี 8 โบกี้

aaIMG_6594

รอสักแป๊บเดียว เจ้าหัวกระสุนก็มาแล้ว

aaIMG_6599

รอบนี้ ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 305  +/- เช่นเคย

บนรถไฟมีพนักงานบริการขาย น้ำชา กาแฟ ขนมขบเคี้ยวต่างๆ กาแฟแก้วละ 50 หยวน ก็ประมาณ 300 บาท

เห็นแล้ว ใจก็อยากจะกิน เพราะเป็นโรคเห็นกาแฟไม่ได้ แต่เห็นราคาแล้ว ก็ยกขวดน้ำขึ้นมากระดก

aaIMG_6624

นั่งมาประมาณชั่วโมงนึง ก็มาถึงสถานีหัวซาน มีคนมาต้อนรับพวกเราเยอะแยะเลย ส่วนใหญ่เป็นแทกซี่ป้ายดำ ป้ายไม่ดำ ทั้งนั้น

แต่ว่าเรารีบหาห้องน้ำกันก่อนเลย เพราะอั้นมานาน (บนรถไฟก็พอได้ แต่เลอะเทอะไปหมด ยอดกลั้นดีกว่า) เขาก็ใจดี ชี้บอกให้เดินออกไปทางโน้นนนนน

ห้องน้ำที่นี่ ต้องเดินออกมานอกสถานีประมาณ 100 เมตร (ไม่แน่ใจว่าในสถานีมีแต่ปิดซ่อมแซมหรือปล่าว ทำไมเขาไล่ให้มาที่นี่หมดเลย)

แต่ก็ดี ห้องน้ำสะอาดใช้ได้ ถึงแม้จะกลิ่นแรงไปหน่อย

aaIMG_6628

เสร็จภาระกิจแล้ว เดินกลับมาที่สถานีรถไฟ แทกซี่ก็ยืนรอกันอยู่ เราก็เลยเลือกเข้าไปคุยกับคนที่ชี้ทางไปห้องน้ำ

เอารูปให้ดู เขาบอกว่า 30 หยวน

ไอเราก็คนไทยน๊ะ … ขอต่อหน่อย 20 หยวน

เขาก็เลยพาเรามาขึ้นรถเลย สภาพรถโอเคเลยครับ

ขับไปก็เหลือจะคุ้มกับราคา 20 หยวนสำหรับ 3 คน เพราะมันไม่ใช่ใกล้ๆ และไม่รู้ด้วยว่ารถเมล์จะมาเมื่อไหร่สายไหน

สามคน 110 บาท เกินคุ้ม

Mount Hua

มาถึง เขาก็มาส่งตรง Information Center คนขับแทกซี่ มีการส่งไม้ต่อด้วยน๊ะ เพราะว่ามี Local Guide เดินตรงมาหาเราเพียบเลย แต่พอรู้ว่าพูดจีนไม่ได้ ก็จะตะโกนบอกเพื่อนที่พูดอังกฤษได้ ส่วนคนขับแทกซี่ ก็เดินเข้าไปคุยกับไกด์คนนึง ไม่รู้พูดไรกัน

ไกด์คนนั้นก็เข้ามาเสนอโน่นนี่นั่น หลากหลาย แต่เราบอกว่า เราไม่ได้ต้องการไกด์ อยากเดินเที่ยวสบายๆ แล้วกลับ แต่ก็ตามระเบียบนะครับ ตื้อสุดๆเหนียวหนึบหนับยังกะตังเม

เราเดินเข้าไปที่ ประชาสัมพันธ์ บอกความจำนงค์เลยว่า เรามีเวลาประมาณนี้ถึงนี้ เพราะเวลารถไฟเรากี่โมง

พอบอกไป เขาก็แนะนำเลยครับว่า ให้ไป North Peak ดีกว่า จะได้มีเวลาเดินเที่ยวได้สบายๆ (เข้าทางเลยครับ เพราะตรงกับที่เราเตรียมมาอยู่แล้วว่า จะมาแค่ North Peak เพราะทาง West Peak นั้น กว่าจะเดินทางไปถึงกระเช้า ยังต้องเดินเท้าอีกไกลด้วย และที่สำคัญที่สุด ค่ากระเช้าแพงกว่า North Peak เทา่าตัวเลย (ที่ West Peak เพิ่งเปิดใหม่ไม่กี่ปีหลังนี้นี่เอง)

ก็เลยเดินไปซื้อตั๋วตรงช่องซื้อตั๋ว เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพ เพราะว่าไกด์คนนั้นเดินกัดไม่ปล่อยจริงๆ ยุกๆยิกๆ ตลอดเวลา (ขนาดเราซื้อตั๋วและเข้าไปแล้ว ยังบอกว่า เดี๋ยวจะรอตอนเราออกมาอีกต่างหาก โอยยยยยยยยย)

 

Hua Shan Mountain

บัตรค่าผ่านประตูราคา 100 หยวน

bximg094-HuaShan-Ticket

ส่วนอันนี้บัตรค่าโดยสารรถจากจุด Information นี้ไปยัง ตีนเขาตรงที่ตั้งของกระเช้าลอยฟ้า 

บัตรค่ากระเช้าเดี๋ยวไปซื้อเอาข้างหน้าอีกทีครับ

bximg097Huashanbus

 ได้บัตรผ่านมาแล้ว ก็เดินเข้าอุโมงค์นี่เลยครับ 

Hua Shan Mountain

ผ่านมาแล้วก็จะเห็นช่องเก็บบัตรผ่านประตู เดินเข้าไปเลยครับ มีคนรอเช็คบัตรผ่านประตูอยู่ครับ 

Hua Shan Mountain

ต่อไปก็เดินเข้าให้ถูกช่องนะครับ North Peak ไปทางสีเหลือง ส่วน West Peak ไปทางสีน้ำเงิน เพราะไปผิดที่ผิดทางจะเสียเวลาเอา อิอิ

Hua Shan Mountain

ขึ้นรถก็จะแยกตามสีเช่นกัน … แต่เจ้าหน้าที่เขาก็ตรวจอย่างเข้มข้นละครับ ไม่อยากให้ไปผิดเส้นทางเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจีน เพราะคนต่างชาติส่วนใหญ่จะระมัดระวัง แต่เจ้าถิ่นนี่สิครับ เดินลุยแหลก จะวิ่งไปนั่งบนรถอย่างเดียว

ไม่ต้องห่วงครับ ได้นั่งทุกคน เพราะเขาห้ามยืนโดยเด็ดขาด

Hua Shan Mountain

ขึ้นรถๆ …. ทุกคนการันตีว่ามีที่นั่ง และ ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยด้วย แอร์ไม่ต้องเปิดก็ได้ ..แฮะ แฮะ มันหนาวอยู่แล้ว

aaIMG_6644

คนขับก็ แบบว่า มั่นใจในตัวเองมาก เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาตลอด เพราะตลอดทางมันโค้งไปโค้งมา แต่ที่มันส์ก็คือ เลยไหล่ถนนลงไป บางช่วงก็สูงปี๊ดดดด มันน่ากลัว อิอิ

aaIMG_6652

สักพักใหญ่ๆ ก็มาถึงปลายทาง ตีนเขา ที่จะขึ้นสู่ยอดเขา 

Hua Shan Mountain

 

เดินตามๆเขาไปครับ 

น่าจะเป็นโซนขายของนะครับ แต่วันนี้ ร้านเปืดน้อยมาก เพราะนักท่องเที่ยวน่าจะนับหัวได้

Hua Shan Mountain

ของที่ขายก็ประมาณนี้ครับ … ถือว่าโอเคสำหรับมื้อเที่ยงเรา อิอิ 

บอลล์ บอกว่า ข้าวโพดดำอร่อยมาก

aaIMG_6660

ร้านค้าปิดเกือบหมด สำหรับเรา ชอบครับ อิอิ

aaIMG_6661

 

เห็นเขาเดินกันมาทางนี้ 

aaIMG_6662

เดินตามถนนนี้ไปเรื่อยๆเลยครับ … 

ใครที่ประเภทบ้าพลัง จะเดินขึ้นยอดเขา ก็อันเชิญเลยครับ เห็นบันไดที่ทอดยาวขึ้นด้านบนด้านหลังโน่นไหมครับ 

เดินขึ้นได้เลยครับ

aaIMG_6664

 

 

หนาวแบบว่า น้ำแข็งเก่าไม่ละลายเลยหงะ 

aaIMG_6666

 

ชักรูปกับอนุสาวรีย์การปฏิวัติประเทศหน่อย …

aaIMG_6669

ไม่ได้อ่านรายละเอียดนะครับ แต่คิดว่าน่าจะมาแนวๆนั้น

aaIMG_6670

 

เรียนเชิญเลยครับ ผู้กล้า แต่เส้นทางที่เดินขึ้นผมว่า ธรรมชาติสวยงามมากๆ

aaIMG_6673

เดินไปด้านหน้าโน้นเลยครับ จะเห็นอาคารทรงเก๋งจีน ตรงนั้นด้านล่างคือที่ขายตั๋วขึ้นกระเช้านะครับ และมีห้องน้ำสะอาดๆด้วยนะครับ 

aaIMG_6676

เรานักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยต้องสังเกตุหน่อย เห็นเขาเขียน Ticket Office ก็เลี้ยวเลย

แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคน ต้องเดินกลับมาซื้อตั๋วที่นี่ เพราะนึกว่าไปซื้อข้างหน้าโน้นเลย

aaIMG_6679

ได้มาล๊ะ ตั๋วกระเช้า ตอนเข้าไปซื้อ ไม่เห็นมีจอมยุทธมาซื้อตั๋วเลยนะครับ 

สงสัยช่วงนี้ไม่มีนัดประลองยุทธ หรือไม่ก็ใช้วิชาตัวเบาเหินหาวขึ้นสู่ยอดเขาไปแล้ว 

aaIMG_6683

สามคน สามใบ งานนี้เด็กไม่มีฟรีแล้ว อิอิ

aaIMG_6685

 

 

จัดไปอย่าได้ช้า …

Hua Shan Mountain

ก่อนขึ้น เราก็แวะเข้าห้องน้ำก่อนเลยครับ เดี๋ยวจะได้ไม่ต้องลำบากข้างบนโน่น

aaIMG_6689

 เสร็จกิจแล้วก็เดินไปหาจุดขึ้น Cable Car เลยครับ 

aaIMG_6694

 

ระหว่างเดินไป มองย้อนกลับมามุมนี้ ก็สวยดี

aaIMG_6697

 

 

ยังกะทริป วีไอพี เลย ไม่ค่อยมีคนเลยหงะ

Hua Shan Mountain

ระหว่างเส้นทางที่นั่ง Cable Car ขึ้นไป ก็น่าชมนะครับ มีน้ำตกที่แข็งเป็นน้ำแข็งด้วย

 

Hua Shan Mountain

จุดนี้น่าจะเป็นจอมยุทธท่านใดท่านหนึ่ง ลอยตัวกลางอากาศแล้วใช้พลังดัชนีขีดเขียนไปบนผนังผา 

นับถือ นับถือ …. 

Hua Shan Mountain

สงสัยว่า มันจะละลายเมื่อไหร่ อิอิ

aaIMG_6717

 

นั่งมานานแล้ว … ยังไม่ถึงอีกหรอ ชะเง้อมอง …. โอววววว ระยะทางต้องมีลี้สองลี้

 

aaIMG_6727

เส้นทางที่เดินขึ้นมาก็ผ่านจุดสวยๆทั้งนั้น น่าอิจฉา …

aaIMG_6728

อารมณ์มันต่างจากนั่งกระเช้าที่อื่นนิดๆ เพราะด้านล่างมันมีแต่ภูเขาหิน ที่อื่นยังมีน้ำทะเลนุ่มๆ ต้นไม้เขียวๆ บ้าง แหะๆ

aaIMG_6732

 

 

มองออกนอกหน้าต่าง ยอดเขาสวยดีครับ ตามจินตนาการที่โกวเล้งได้บอกไส้เลย

aaIMG_6735

ยังมีถ้ำตามหน้าผาตรงไหนไหม ที่มีกระดูกจอมยุทธอยู่พร้อมคัมภีร์และดาบในตำนาน

aaIMG_6737

 

 

ตื่น ๆ ๆ มาถึงด้านบนแล้ว ก็เหมือนเดิม ไม่เห็นนักท่องเที่ยวเลย …

aaIMG_6747

ตอนหน้า เรามาเดินเล่นปีนป่ายบนยอดเขาหัวซานกันนะครับ 

aaIMG_6749

 คลิปวิดีโอนี้ เป็นคลิปบรรยากาศสภาพแวดล้อมบริเวณหน้าสถานนีรถไฟลั่วหยาง, ฟังเสียงรถไฟหัวกระสุนวิ่งผ่านสถานี(มันจี๊ดดดดด มาก), ชมบรรยากาศชนบทเมืองจีน ไร่นาเกษตรกรรม, นั่งแทกซี่ผ่าเมืองมุ่งสู่เขา

 

Comments

comments