Luoyang :: ตอนที่ 2 – ปีนผาส่องถ้ำเยี่ยมสวรรค์…ที่ถ้ำหินประตูมังกร – ถ้ำผาหลงเหมิน

9choke.com > เที่ยวต่างประเทศ > China > Luoyang :: ตอนที่ 2 – ปีนผาส่องถ้ำเยี่ยมสวรรค์…ที่ถ้ำหินประตูมังกร – ถ้ำผาหลงเหมิน

 

ถ้ำหินหลงเหมิน หรือ หลงเหมินสือคู (龙门石窟) เริ่มงานขุดเจาะ ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเสี้ยวเหวินราชวงศ์เว่ยเหนือ(ค.ศ.471-ค.ศ.477)ใช้เวลากว่า 400 ปีจึงสร้างแล้วเสร็จ ปัจจุบันจึงมีประวัติ 1500 ปี ความยาวจากใต้สู่เหนือของถ้ำหินหลงเหมินประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบัน มีถ้ำหินกว่า 1300 ถ้ำ ช่องบรรจุพระพุทธรูป 2345 ช่อง มีคำเขียนและศิลาจารึกกว่า 3600 ชิ้น เจดีย์พุทธศาสนากว่า 50 องค์ พระพุทธรูปกว่า 97000 องค์ ในจำนวนนี้ ถ้ำกลางปินหยาง วิหารเฟิ่งเซียนและถ้ำกู่หยางนับว่าเป็นสถานที่ที่มีปฏิมากรรมการแกะสลักที่สวยงามน่าชื่นชมเป็นที่สุด


ครั้งที่แล้วเราเดินมาถึงปากทางเข้ากันแล้วใช่ไหมครับ 

Luoyang :: Longmen Grottoes 龙门石窟 ถ้ำผาหลงเหมิน หรือ ถ้ำสวรรค์ประตูมังกร ตอนที่ 1 :: เดินทาง …

วันนี้เราจะมาซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปชม ถ้ำสวรรค์ประตูมังกร หลงเหมินคูสือ กันนะครับ 

หลังจาก post ที่แล้ว เราบอกเล่าถึงการเดินทางจากโรงแรมที่เมืองซีอานมายังเมืองลั่วหยางโดยรถไฟหัวกระสุน 

การต่อรถเมลล์จากสถานีรถไฟเพื่อมายังสถานที่แห่งนี้ Longmen Grottoes

และการเดินฝ่าลมหนาวผ่านร้านค้าของฝากร้านอาหารพื้นเมือง จนกระทั่งมาถึงจุดนี้ 

เคาน์เตอร์ขายตั๋วก็อยู่ที่อาคารนี้แหละครับ ด้านหลังป้ายใหญ่ๆนั่นแหละครับ 

bxIMG_6002

แฮะ แฮะ มาหลบซ่อนอยู่ด้านหลังแบบนี้ 

bxIMG_6005

เจ้าหน้าที่ พูดภาษาอังกฤษสื่อสารใช้ได้ครับ (ทริปนี้ ไปตามสถานที่ท่องเที่ยว พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้เกือบทุกที่เลยครับ ดีจัง)

เราบอกว่า ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 เขาก็ชะเง้อมอง บอลล์ บอลล์ แล้วบอกว่า No need 

อั๊ยยยย ยะ ….. งวดนี้ บอลล์เที่ยวฟรีตลอดเลยวุ๊ย …

bxIMG_6006

ได้มาแล้ว ตั๋ว 2 ใบ

ราคาใบละ  120 หยวน (ค่าบัตรผ่านสถานที่ต่างๆที่นี่แพงจริงๆ)

bxIMG_6008

ด้านหลังของบัตร สามารถจ่าหน้าซอง ใช้บัตรนี้เป็น Postcard ได้เลย

ส่วนด้านหน้าเป็นภาพของพระพุทธรูปโรจนะ และมีแผนผังแสดงบริเวณหุบเขาหน้าผาริมน้ำแห่งนี้ด้วย

bximg095LouyangLongmen

พอซื้อบัตรผ่านเรียบร้อยแล้ว เราก็มายืนถ่ายภาพกับหินก้อนนี้กันก่อน ซึ่งน่าจะเป็นหินป้ายชื่อ(เราอ่านไม่ออกหรอก)

เห็นคนอื่นเขาถ่าย ก็ถ่ายกันบ้าง

bxIMG_6010

bxIMG_6014

โอเค ได้เวลาล๊ะ เราไปกันต่อ …. วันนี้ยังต้องเดินกันอีกเยอะ

bxIMG_6007

จากลานกว้างตรงนั้น เราเดินตรงเข้าไปเลยตามป้าย สังเกตุง่ายครับ คนเดินตามกันเป็นแถว

bxIMG_6016

เห็นสะพานข้ามแม่น้ำ อยู่แว๊บๆ ด้านหลังโน่น

bxIMG_6019

ตรงนี้เป็น Tourist Center 

bxIMG_6023

ถ้ามองไปตรงๆด้านหน้า ก็จะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ 

ถ้ำผาหลงเหมินนี้ ตั้งอยู่ปากทางเข้าเมืองลั่วหยาง ทางทิศใต้ และมีแม่น้ำอี้ (Yi)(伊河) ซึ่งไหลจากทิศใต้ไปทิศเหนือไหลผ่านโดยมีภูเขาสูงชันขนาบทั้งสองฝั่ง

 

aaIMG_6029

ประตูตรวจตั๋วก็อยู่ใต้สะพานนี้นี่เอง

aaIMG_6025

 งั้นเราเข้าไปกันเลยดีกว่า

aaIMG_6031

เมื่อกี้ถ่ายสะพานก่อนเข้า มาถ่ายตอนเข้าประตูลอดใต้สะพานมาแล้วบ้าง

ช่วงนี้น้ำลดตอผุดกันละครับ ดังนั้นใครที่เคยเห็นรีวิวว่า ขาเดินกลับมีนั่งเรือกลับได้ด้วย วันนี้คงไม่ได้นะครับ …

aaIMG_6037

 

aaIMG_6039

ผมชอบการออกแบบเสาของป้าย information ต่างๆ ดูแล้วเข้ากับสถานที่จริงๆ 

aaIMG_6060

เอาละ เดินหน้ากันต่อ … เริ่มเข้าโซนที่ต้องปีนหน้าผากันแล้วหละ 

aaIMG_6063

จริงๆก็ไม่ได้ยากนะครับ

เดินขึ้นบันไดไปชมตามซอกตามถ้ำตามหน้าผาจุดต่างๆ เขาจัดทำไว้ค่อนข้างดีครับ

แต่ก็มีเหนื่อย อิอิ …

aaIMG_6065

ถ้ำแรกคือ ถ้ำกู่หยัง(古阳洞) Guyang Cave ซึ่งถือได้ว่าเป็นถ้ำแรกที่ถูกสร้างขึ้น งานแกะสลักภายในถ้ำมีความละเอียดอ่อนโยน ภาพแกะสลักเหล่านั้นสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆได้มากมาย ตามผนังถ้ำทั้งทางทิศเหนือและทางทิศใต้มีโพรงเป็นแท่นบูชาพระพุทธรูป 3 ชั้น ซึ่งภายในโพรงก็มีการแกะสลักพระพุทธรูป เป็นรูปพระพุทธเจ้า พระศากยมุนี พระศรีอาริยเมตรไตรยในอริยาบทต่างๆ 

ทั้งนี้ภายในถ้ำยังได้มีการสลักชื่อผู้ที่ทำการแกะสลัก และวันเดือนปีที่แกะด้วย 

ขณะที่หินสลักอักษรจีนที่ถูกเรียกรวมกันว่า ‘หินสลักอักษรศิลป์หลงเหมิน 20 ชิ้น’ อันเป็นโบราณวัตถุล้ำค่า นั้น 19 ชิ้นอยู่ในถ้ำกู่หยัง

aaIMG_6068

aaIMG_6072

 


หมายเหตุ ในนิกายมหายาน นิยมเรียกพระโคตมพุทธเจ้าว่าพระศากยมุนีพุทธเจ้า (จีน: 释迦牟尼佛 ซื่อเจียโหฺมวหฺนีฝอ ตามสำเนียงจีนกลาง หรือ เสกเกียเมานีฮุก ตามสำเนียงฮกเกี้ยน) ซึ่งมักจะนิยมสร้างประติมากรรมในรูปแบบถือลูกแก้วสีแดง ส่วนทางธิเบตจะนิยมมีพระวรกายสีเหลือง ถ้าพบตามวัดก็จะพบพระศากยมุนีพุทธเจ้าประดิษฐานตรงกลาง ด้านซ้ายมือของพระศากยมุนี คือ พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภาตถาคตพุทธเจ้า ส่วนด้ายขวามือของพระศากยมุนี คือพระอมิตาภพุทธเจ้า หรือที่พุทธศาสนิกชนชาวจีนเรียกว่า พระไตรรัตนพุทธเจ้า (จีน: 三寳佛 ซานเป้าฝอ ตามสำเนียงจีนกลาง หรือ ซำป้อฮุก ตามสำเนียงฮกเกี้ยน)


 

หมายเหตุ พระศรีอริยเมตไตรย หรือพระเมตไตรย (บาลี: Metteyya เมตฺเตยฺย; สันสกฤต: मैत्रेय ไมเตฺรย) เป็นพระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 และองค์สุดท้ายแห่งภัทรกัปนี้ พุทธศาสนิกชนเชื่อว่าเมื่อศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้าสิ้นสุดไปแล้ว โลกจะล่วงเข้าสู่ยุคแห่งความเสื่อมถอย อายุขัยของมนุษย์ลดลงจนเหลือ 10 ปี ก็เข้าสู่ยุคมิคสัญญี ผู้สลดใจกับความชั่วก็หันมารวมกลุ่มกันทำความดี จากนั้นอายุขัยเพิ่มขึ้นถึง 1 อสงไขยปี แล้วจึงลดลงอีกจนเหลือ 80,000 ปี ในยุคนี้จะมีพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีครบ 80 อสงไขยแสนมหากัป ลงมาตรัสรู้เป็น พระเมตไตรยพุทธเจ้า (Ref:Wikipedia)


 

aaIMG_6066

aaIMG_6075

เดินกันต่อ … ระหว่างเดินไป ก็มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยตลอดทาง …

aaIMG_6094

มองไปยังฝั่งตรงข้าม เสียดายเราไม่มีเวลาพอสำหรับไปเดินดูทางฝั่งโน้นด้วย 

aaIMG_6168


 

สามถ้ำปินหยาง (宾阳三洞) ถ้ำปินหยาง ทั้งสามแบ่งออกเป็น ถ้ำเหนือ ถ้ำกลาง และถ้ำใต้ สร้างขึ้นในสมัยเว่ยเหนือ หลักฐานระบุว่าใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งหมด 24 ปี โดย ‘ถ้ำกลาง’ นั้นถือเป็นถ้ำที่มีความสวยงามที่สุด และถูกยกย่องให้เป็นตัวแทนของพุทธศิลป์ยุคกลางแห่งราชวงศ์เหนือ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 11 องค์ โดยมีรูปสลักองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระประธาน

นอกจากนี้ยังมีสิงโตหินสลักคู่ พระสาวก และพระโพธิสัตว์ ประดับอยู่เป็นคู่ด้านหน้าพระประธาน ที่ผนังถ้ำตกแต่งไปด้วยรูปสลักนูนพระสาวก และพระโพธิสัตว์อีกจำนวนมาก ส่วนที่เพดานก็มีการแกะสลักเป็นรูปเซียนและเทพธิดา

มากกว่านั้น บนผนังถ้ำยังมีการแกะสลักภาพนูนเป็นรูปจักรพรรดิเสี้ยวเหวินตี้ ขณะทรงประกอบพิธีทางศาสนา เนื้อหาภาพเป็นฉากการเสด็จประกอบพิธีกงเต็กแด่พระชนกและพระชนนีของพระองค์ สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับภาพสลักนูนของถ้ำผาหยุนกังชุดนี้ก็คือ ในปี ค.ศ.1935 (พ.ศ.2478) ส่วนหนึ่งของภาพสลักโดนชาวจีนที่ถูกว่าจ้างโดยชาวอเมริกันลักลอบขโมยออกนอกประเทศ ไปเก็บเอาไว้ที่ The Metropolitan Museum of Art กรุงนิวยอร์ก และ The Nelson-Atkins Museum of Art เมืองแคนซัส มลรัฐมิสซูรี

aaIMG_6127


 

ถ้ำกลางปินหยาง(Middle Binyang Cave)(宾阳中洞)  เป็นถ้ำหินแกะสลักที่เป็นตัวแทนสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ(ค.ศ.386-ค.ศ.512) เป็นถ้ำที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดคือ 24 ปี ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 11 องค์ พระพุทธรูปศากยมุนีในถ้ำนี้มีความสำคัญที่สุดโดยมีลักษณะที่เด่นสง่า น่าเลื่อมใส มีรอยแย้มพระสรวลอิ่มเอิบด้วยเมตตา สมกับที่เป็นศิลปะหินสลักอันยอดเยี่ยมสมัยช่วงกลางของราชวงศ์เว่ยเหนือ มีพระสาวก 2 องค์และพระโพธิสัตว์ 2 องค์ยืนอยู่ด้านซ้ายและด้านขวา พระโพธิสัตว์ก็ดูเด่นสง่า มีรอยแย้มพระสรวลอิ่มเอิบด้วยเมตตา ภาพหินแกะสลักภายในถ้ำ เช่น พระสาวกฟังธรรมและ นางฟ้าบนเพดานถ้ำก็สร้างขึ้นด้วยฝีมืออันละเอียดประณีต

aaIMG_6115

พระพุทธรูปศากยมุนี

aaIMG_6112

aaIMG_6112x

หน้าปากถ้ำกลางปินหยาง

aaIMG_6109


 

ถ้ำปินหยางเหนือ (North Binyang Cave) (宾阳北洞) เป็นถ้ำที่สร้างขึ้นในสมัยเว่ยเหนือเช่นกัน แต่มาเสร็จในราชวงศ์ถัง 

aaIMG_6104

พระพุทธรูปแกะสลักบริเวณปากถ้ำปินหยางเหนือ

aaIMG_6106


 

ถ้ำปินหยางใต้ (South Binyang Cave)(宾阳南洞) เช่นเดียวกันกับถ้ำปินหยางเหนือและกลาง นั่นก็คือสร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ แต่ถ้ำปินหยางใต้มาแล้วเสร็จในราชวงศ์สุ่ย

aaIMG_6121

ปากถ้ำปินหยางใต้

aaIMG_6118


 

เดินกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ขึ้นบ้างลงบ้าง อากาศเย็นสบายแบบนี้ เดินไม่เหนื่อย

aaIMG_6129 aaIMG_6132 aaIMG_6152 aaIMG_6157

aaIMG_6159

เหนื่อยนักก็พักก่อน

aaIMG_6174


Moya Three Buddha Niche (摩崖三佛 – Móyá sān fú)

เป็นการแกะสลักบนผิวหน้าผา ไม่ได้อยู่ภายในถ้ำ บริเวณเดียวกันกับ ปินหยาง

พระประธานของหมู่นี้จะสร้างเป็น พระศรีอริยเมตไตรย (Buddha Maitreya) ความสูง 6 เมตร นั่งอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยม

aaIMG_6176 aaIMG_6188 aaIMG_6186 aaIMG_6178


 

ระหว่างทางเดินไปยังเป้าหมายถัดไป ถ้ำพระพุทธรูปหมื่นองค์ และ ถ้ำดอกบัว 

aaIMG_6196 aaIMG_6197x aaIMG_6206

 

aaIMG_6215

 

aaIMG_6219 aaIMG_6221


ถ้ำพระพุทธรูปหมื่นองค์ Cave of Ten Thousand Buddhas (万佛洞 – Wàn Fú dòng) สร้างขึ้นในปี 680 สมัยราชวงศ์ถัง ภายในแกะสลักเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กขนาด 2 ซม. เรียงรายสวยงามตามฝาผนังรวมทั้งสิ้น 15,000 องค์ 

พระประธานของถ้ำนี้ก็จะเป็น พระอมิตาภพุทธะ ( 阿弥陀佛) 

aaIMG_6224


พระอมิตาภพุทธะ เป็นพระธยานิพุทธะที่ประทับในแดนสุขาวดี ซึ่งเป็นพุทธเกษตรแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พระองค์มีรูปกายเป็นสีแดง นับถือกันมากในนิกายสุขาวดี ควบคู่กับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์หรือเจ้าแม่กวนอิม แต่ไม่เป็นที่ยอมรับในนิกายเถรวาท เพราะไม่มีกล่าวถึงในพระไตรปิฏกภาษาบาลี


 

aaIMG_6226 aaIMG_6232 aaIMG_6235


 

ถ้ำดอกบัว Lianhua (Lotus Flower Cave) (莲花洞) ถ้ำแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยเว่ยเหนือ ช่วงปี 521 ถึง 576 มีความพิเศษก็คือ บนเพดานถ้ำนั้นมีการแกะสลักดอกบัวงดงามไว้หนึ่งดอกใหญ่ โดยดอกบัวนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็น ดอกไม้ตัวแทนของศาสนาพุทธ ด้วยความเชื่อที่ว่า ดอกบัวแม้จะกำเนิดจากโคลนตม แต่เมื่อโผล่ขึ้นเหนือน้ำแล้วก็กลายเป็นดอกไม้ที่สวย หอม และแสดงถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ด้านล่างนอกจากองค์พระประทานที่เป็นพระพุทธรูปยืนแล้ว จะมีสาวกยืนอยู่สองข้างคือ Kasyapa ทางด้านซ้าน และ Ananda ทางด้านขวา ส่วนหัวของสาวก Ananda นั้นหายไปจากการถูกขโมย และปัจจุบันไปปรากฎอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ Guimet ประเทศฝรั่งเศส

aaIMG_6272

aaIMG_6236 aaIMG_6254 aaIMG_6263 aaIMG_6270


 

เมื่อเห็นป้ายนี้แล้ว คงร้องอ๋อกันหละครับว่า ทำไมรูปแกะสลักทั้งบนหน้าผาและในถ้ำ ถึงได้ถูกทำลายเสียถ้วนทั่ว ไม่ว่าจะเป็นรูปเล็กองค์ใหญ์ หรือลายแกะสลักที่สวยงาม  เพราะว่ารูปแกะสลักเหล่านี้ เป็นการบ่งบอกถึงวัฒนธรรมในสมัยก่อนการปฏิวัติโดยเหมาเจ๋อตุง นั่นก็คือเป็นวัฒนธรรมสมัยเว่ยเหนือ (เป่ยเว่ย:北魏) สมัยถัง และสมัยโจว (เข้าใจว่า คงม่การวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการทำลายศิลปเหล่านี้)

aaIMG_6283


 

การปฏิวัติทางวัฒนธรรม (อังกฤษ: Cultural Revolution; อักษรจีนตัวเต็ม: 無產階級文化大革命; อักษรจีนตัวย่อ: 无产阶级文化大革命; พินอิน: Wúchǎn Jiējí Wénhuà Dà Gémìng) เป็นชื่อเรียกการปฏิวัติหนึ่งในประเทศจีน ช่วงปี พ.ศ. 2509-2519 (ค.ศ. 1966-1976)

ในสมัยที่ประเทศจีนปกครองโดยคอมมิวนิสต์ใหม่ ๆ นั้น ได้มีการใช้ระบบคอมมูน (แนวคิดว่าทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของรัฐ) โดยคอมมูนนี้เป็นจุดเริ่มของการปฏิวัติวัฒนธรรมเพราะคอมมูนการเลี้ยงดูได้ปลูกฝังแนวคิดสังคมนิยม และคอมมิวนิสต์ให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ของจีน เป็นผลให้ระบบเครือญาติที่เคยเข้มแข็งอ่อนแอลง

โดยต่อมาการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นไปอย่างแพร่หลาย ผู้นำสังคมในยุคนั้นปลูกฝังประชาชนให้ให้ยึดมั่นอย่างเคร่งครัด ใครไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง โดยมีหน่วยงานสนับสนุนที่สำคัญ คือ พวกกองทัพพิทักษ์แดง (เรดการ์ด – Red Guard) หรือก็คือเยาวชนที่ผลิตโดยคอมมูนการเลี้ยงดูนั่นเอง

ผลของการปฏิวัติวัฒนธรรม คือ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของจีนต้องถูกทำลาย เช่น หนังสือ วัดวาอาราม รูปปั้น งานศิลปะต่าง ๆ และทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันระหว่างครอบครัว เพื่อนบ้าน เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะเป็นผู้แจ้งให้ทางการรู้เกี่ยวกับละเมิดกฎ

การเสียชีวิตของ เหมาเจ๋อตง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น มีผลต่อการล่มสลายของการปฏิวัติทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ผู้สืบอำนาจต่อมา คือ เติ้งเสี่ยวผิง นั้นได้ผ่อนคลายกฎลง ทำให้ภาวะการณ์คลี่คลาย โดยเฉพาะเมื่อมีการจับกุมกลุ่มผู้นำการปฏิวัติ ทำให้การปฏิวัติทางวัฒนธรรมสิ้นสุดลง

Ref : วริษฐ์ ลิ้มทองกุล (ผู้จัดการออนไลน์)


ออกมาจากจุดนั้นแล้ว ด่านต่อไปก็เป็น Highlight ของที่นี่แหละครับ 

เดินไปสบายๆ ไม่รีบ …

aaIMG_6289

เห็นทางเดินขึ้นอยู่ด้านหน้ารำไร

aaIMG_6291

อย่ากระนั้นเลย …. ขอนั่งพักเอาแรงแป๊บ น๊ะ … (แอบเห็นความสูงแล้ว)

aaIMG_6296

มั่นใจแล้ว ก็เริ่มเดิน เริ่มปีนกันเลย เป้าหมายอยู่ด้านบนโน้น …

 

aaIMG_6299


 วัดเฟิ่งเซียน (Fengxian Si) 奉先泗

วัดเฟิ่งเซียน (Fengxian Temple) ตั้งตระหง่านอยู่บนโตรกผาสูง 40 เมตร มีพระพุทธรูปองค์ประธานสูง 17.14 เมตร เฉพาะเศียรสูง 4 เมตร ใบหูยาว 1.9 เมตร เป็นพระประธานที่ช่างแกะสลักแสดงฝีมือสลักหินราวกับรูปสลักนี้แสดงอารมณ์ได้ พระวรกายอิ่มเอิบ พระพักตร์ก้มต่ำเล็กน้อยคล้ายกำลังเข้าสู่สมาธิขั้นสูง ริมฝีปากแสดงถึงความเมตตากรุณา ดวงตาที่เหลือบลงหลายคนบอกว่าไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนก็เหมือนองค์พระกำลังมองดูเรา พระประธานองค์นี้พระนางบูเช็กเทียนสั่งให้ช่างแกะสลักสร้างขึ้น และถวายพระนามว่า พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ (Vairocana Buddha) เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของถ้ำหลงเหมิน และถือเป็นงานแกะสลักชุดสุดท้ายของถ้ำประวัติศาสตร์แห่งนี้

องค์พระพุทธรูปไวโรจนะ ล้อมรอบด้วยสานุศิษย์ และท้าวจตุโลกบาล โดย วัดโบราณเฟิ่งเซียนนี้เป็นช่องเขาขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณถ้ำผาหลงเหมิน และเป็นตัวแทนของศิลปะหินสลักแห่งราชวงศ์ถัง โดยตัวถ้ำกว้าง 38 เมตร สูง 30 เมตร และลึก 38 เมตร

วัดแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.672 ในรัชสมัย ฮ่องเต้ถังเกาจง (唐高宗) และสร้างเสร็จในปี ค.ศ.675 โดยหลักฐานระบุว่า พระนางบูเช็กเทียน (อู่เจ๋อเทียน:武则天) ผู้เป็นฮองเฮานั้นบริจาคเงินสร้างจำนวนกว่า 2 ล้านก้วน (贯; ก้วนเป็นหน่วยเงินในสมัยโบราณ เงินหนึ่งพันเหรียญเมื่อนำเชือกมาร้อยรวมกันแล้วจึงนับเป็น หนึ่งก้วน)

 

aaIMG_6303 aaIMG_6308 aaIMG_6305


พระพุทธรูปไวโรจนะ (卢舍那;Vairocana Buddha)  เป็นพระธยานิพุทธะ 1 ใน 5 องค์ ของนิกายวัชรยาน ทรงเป็นประธานของพระพุทธะทั้ง 5 หมายถึงปัญญาอันสูงสุด ตราประจำพระองค์เป็นธรรมจักร หมายถึง ความเป็นหนึ่ง พระกายเป็นแสงสว่าง มักแทนด้วยสีขาว ตำแหน่งในพุทธมณฑลจะอยู่ตรงกลางโดยมีพุทธะอีก 4 องค์ห้อมล้อม พระโพธิสัตว์ในกลุ่มของท่านที่สำคัญมี 2 องค์ คือ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ และพระมัญชุศรีโพธิสัตว์


 

aaIMG_6318

ด้านข้างก็จะเป็นรูปแกะสลักของท้าวจตุโลกบาล

aaIMG_6320

aaIMG_6321

 

เน้นๆทีละรูป

aaIMG_6327

aaIMG_6326

aaIMG_6328

aaIMG_6325

aaIMG_6323

 

aaIMG_6329

aaIMG_6332

aaIMG_6333

aaIMG_6334

aaIMG_6336

aaIMG_6338

aaIMG_6342 copy

aaIMG_6343

aaIMG_6346 aaIMG_6347 aaIMG_6348

 มองลงมาด้านล่าง …

aaIMG_6350

มาดูข้อมูล ขึ้นไปต่อได้อีก …

aaIMG_6353

 

 

ถ้าเดินต่อไปก็เป็นทางเดินขึ้น ขึ้นมาสุดนี้น่าจะสูงที่สุดของถ้ำฝั่งทางด้านทิศตะวันตกแล้ว 

ถ้าใครขึ้นไม่ไหวแล้วก็ลงได้เลยครับ เพราะว่า ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่…

aaIMG_6370

aaIMG_6357

เดี๋ยวลงไปแล้ว เราก็จะเดินข้ามสะพานนี้ไปยังฝั่งโน้น 

aaIMG_6366

 แต่เราเลือกที่จะเดินขึ้นไป … พอลงมาก็เป็นสภาพแบบนี้ 

aaIMG_6372

มองย้อนกลับไป ….

aaIMG_6373

หายเหนื่อยก็เดินกันต่อ … ออกประตูมาแล้ว 

aaIMG_6376

เดินข้ามสะพานกัน

aaIMG_6377

aaIMG_6380

กลางสะพาน

aaIMG_6381

aaIMG_6384

ข้ามมาถึงจุดตรงข้ามแล้ว 

aaIMG_6396 aaIMG_6392

 

มุมนี้ถ่าย 180 องศา มองกลับไปทางฝั่งโน้นเลยครับ 

 

 

ใครไม่อยากเดิน หรือเวลาไม่พอ เรียกใช้บริการรถได้เลยครับ คนละ 10 หยวน

เราพร้อมใจกันกระโดดขึ้นทันทีเลย จ่ายไป 20 หยวน (เด็กฟรีอีกล๊ะ)

aaIMG_6398

aaIMG_6399

รถจะมาส่งเราตรงบริเวณที่เราซื้อตั๋วก่อนเข้านั่นแหละ

aaIMG_6401

หลังจากนั้น เราก็เดินดูของฝากของกินกันต่อได้เลยครับ …

aaIMG_6402 aaIMG_6407 aaIMG_6405

มาถึงร้านนี้ก็อดใจไม่ไหว ซื้อกินกันอีกรอบ แบบว่าอิ่มกันไปเลย 

aaIMG_6415 aaIMG_6418

 

ดูตอนทำสิ อร่อยขนาดไหน

 

หลังจากนั้น เราก็จะเดินมาขึ้นรถเมลที่ป้ายนี้ ใกล้ๆกับป้ายที่เมื่อเช้าตอนขามาเราลงรถ

(ป้ายที่เราลง จะเห็นอยู่ด้านหลังแว๊บๆนั่นแหละครับ)

 

 

aaIMG_6423

มีตู้นายท่า อยู่ตรงนั้น เราเดินเข้าไปเอารูปให้ดูเลยว่า จะไปที่นี่แถวนี้หงะ 

Luoyang-Hostel-

พอเขามองรูปใน iPhone เราปุ๊บ ก็ชี้ไปที่สาย 53 บนตู้เขา เหมือนบอกว่า ให้ไปสายนี้

พอดีว่ารถสาย 53 วิ่งมาพอดี เขาก็เลยรีบล้งเล้ง ชี้ให้ขึ้นคันนี้ 

เราก็ขึ้นเลยสิ ก่อนอื่นเพื่อความมั่นใจก็ถามคนขับก่อนเลย ยื่นรูปให้ดู เขาก็พยักหน้า 

เราก็เลยหาที่นั่งใกล้ๆคนขับนั่นแหละ อิอิ นั่งไปนานเหมือนกัน แต่ไม่ได้จับเวลา (น่าจะเป็นชั่วโมงนะครับ)

aaIMG_6425

นั่งจนรถมาผ่านแถวถนนสายอาหารเราก็ลงเดินไปโรงแรมกันเลย

ลั่วหยางแผนที่

ในภายหลัง มาได้ใบโฆษณาของ Hostel เป็นแบบนี้ครับ สำหรับนักท่องเที่ยวเอาไว้สื่อสาร

img096

ตอนต่อไป ก็มาเดินชมถนนสายอาหาร และ เมืองเก่าลั่วหยางนะครับ 

 ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม 

Comments

comments